8 วิธีปรับโครงสร้างหนี้บ้าน ตามมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จากแบงก์ชาติ

เผยแพร่ :01.8.2026 13:20
ปรับปรุง :01.8.2026 13:20
ผู้เขียน :Woranita Hunjin
แชร์:  
8 วิธีปรับโครงสร้างหนี้บ้าน ตามมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จากแบงก์ชาติ

เมื่อรายได้ลดลง ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น หรือดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านปรับสูงขึ้น ค่างวดบ้าน ค่างวดคอนโด ที่เคยจ่ายไหวอาจเริ่มกลายเป็นภาระจนกระทบค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวัน หลายคนเลือกประคองสถานการณ์ด้วยการกู้หนี้ใหม่มาจ่ายหนี้เดิม แต่แนวทางดังกล่าวอาจทำให้ภาระทางการเงินเพิ่มขึ้นและแก้ปัญหาได้เพียงชั่วคราว

หากเริ่มรู้สึกว่าผ่อนบ้านไม่ไหว การปรับโครงสร้างหนี้บ้านเป็นทางเลือกที่ควรพิจารณาตั้งแต่ยังไม่ค้างชำระ โดยเป็นการเจรจากับธนาคารเพื่อปรับเงื่อนไขให้เหมาะกับความสามารถในการจ่าย เช่น ลดค่างวด ขยายระยะเวลาผ่อน พักชำระเงินต้น หรือปรับรูปแบบการชำระใหม่ เป้าหมายสำคัญคือช่วยให้ลูกหนี้ยังจ่ายต่อได้ มีเงินเหลือเพียงพอสำหรับดำรงชีวิต และลดโอกาสที่หนี้จะกลายเป็นหนี้เสีย

ภายใต้มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้และหลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม เจ้าหนี้ต้องเสนอแนวทางปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้ที่เข้าเงื่อนไขทั้งก่อนเป็นหนี้เสีย และหลังเป็นหนี้เสียก่อนเข้าสู่ขั้นตอนทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับรายได้ ยอดหนี้ สถานะการชำระ และความสามารถในการผ่อนของแต่ละคน จึงควรเตรียมข้อมูลทางการเงินให้ชัดเจนก่อนเจรจากับธนาคาร

บทความนี้ 9asset รวบรวม 8 วิธีปรับโครงสร้างหนี้บ้าน ตั้งแต่การขอลดดอกเบี้ย ขยายระยะเวลาผ่อน ลดค่างวดชั่วคราว ไปจนถึงทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่สามารถรักษาบ้านไว้ได้ พร้อมอธิบายขั้นตอนเตรียมตัวและผลกระทบที่ควรรู้ เพื่อช่วยให้เลือกแนวทางลดค่างวดบ้านได้เหมาะกับสถานการณ์และไม่สร้างภาระเกินกำลังในระยะยาว


ปรับโครงสร้างหนี้บ้านคืออะไร ใครสามารถขอได้บ้าง?

การปรับโครงสร้างหนี้บ้าน คือการเจรจากับธนาคารเพื่อเปลี่ยนเงื่อนไขการชำระหนี้เดิมให้สอดคล้องกับความสามารถทางการเงินในปัจจุบัน เช่น ลดค่างวด ขยายระยะเวลาผ่อน ลดอัตราดอกเบี้ย พักชำระเงินต้น หรือเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเป็นขั้นบันได เพื่อช่วยให้ลูกหนี้ยังสามารถชำระหนี้ต่อได้โดยไม่ต้องกู้เงินก้อนใหม่มาหมุนจ่ายค่างวด

การขอปรับโครงสร้างหนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ที่เป็นหนี้เสียแล้วเท่านั้น ผู้กู้สามารถติดต่อธนาคารได้ตั้งแต่เริ่มเห็นสัญญาณว่ารายได้ไม่เพียงพอหรือมีแนวโน้มผ่อนบ้านไม่ไหว โดยผู้ที่ควรพิจารณาขอความช่วยเหลือ ได้แก่

  • ผู้ที่ยังผ่อนตรงเวลา แต่รายได้ลดลงหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

  • ผู้ที่เริ่มชำระค่างวดไม่เต็มจำนวนหรือเริ่มค้างชำระ

  • ผู้ที่เป็นหนี้เสียหรือมีสถานะ NPL แล้ว

  • ผู้ที่ต้องการลดค่างวดบ้านเพื่อให้สอดคล้องกับรายได้ปัจจุบัน

  • ผู้ที่ต้องการรักษาบ้านไว้และยังสามารถชำระหนี้ได้บางส่วน

  • ผู้ที่ประเมินแล้วว่าไม่สามารถผ่อนต่อ และต้องการเจรจาขายหรือตีโอนทรัพย์เพื่อชำระหนี้

ภายใต้หลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม เจ้าหนี้ต้องเสนอแนวทางช่วยเหลือลูกหนี้ที่เข้าเงื่อนไขก่อนเป็น NPL อย่างน้อย 1 ครั้ง สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยได้รับการปรับโครงสร้างหนี้ และเสนออีกอย่างน้อย 1 ครั้งหลังเป็น NPL ก่อนเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้อง โอนขายหนี้ หรือยึดทรัพย์

อย่างไรก็ตาม การยื่นขอไม่ได้หมายความว่าธนาคารจะอนุมัติเงื่อนไขตามที่ลูกหนี้เสนอทั้งหมด ธนาคารจะพิจารณาจากรายได้ ภาระหนี้ ยอดคงเหลือ สถานะการชำระ และจำนวนเงินที่สามารถจ่ายได้จริง แนวทางใหม่จึงควรช่วยลดภาระได้ในระยะยาว พร้อมเหลือเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นในการดำรงชีวิต

ผู้ที่เริ่มมีปัญหาควรติดต่อธนาคารโดยเร็ว ไม่จำเป็นต้องรอให้ค้างชำระหลายงวด เพราะการเจรจาตั้งแต่ยังไม่เป็นหนี้เสียมักมีทางเลือกมากกว่า และช่วยลดโอกาสเกิดดอกเบี้ยผิดนัด ประวัติค้างชำระ หรือค่าใช้จ่ายจากกระบวนการทางกฎหมาย


8 วิธีปรับโครงสร้างหนี้บ้าน มีแบบไหนบ้าง?

เมื่อเริ่มผ่อนบ้านไม่ไหว การปรับโครงสร้างหนี้บ้านสามารถทำได้หลายรูปแบบ โดยธนาคารจะพิจารณาจากรายได้ ภาระหนี้ ยอดคงเหลือ และความสามารถในการชำระของลูกหนี้แต่ละราย จึงไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้รับข้อเสนอเหมือนกันทั้งหมด

แนวทางที่สามารถนำไปเจรจากับธนาคาร มีดังนี้

1. ขอปรับลดอัตราดอกเบี้ย

การลดดอกเบี้ยช่วยให้ค่างวดส่วนหนึ่งถูกนำไปตัดเงินต้นได้มากขึ้น เหมาะกับผู้ที่ยังจ่ายค่างวดได้ แต่ต้องการลดภาระดอกเบี้ย โดยธนาคารอาจลดให้ชั่วคราวหรือปรับเงื่อนไขใหม่ตามผลการพิจารณา

ก่อนตกลงควรสอบถามว่าอัตราดอกเบี้ยใหม่ใช้ได้นานเท่าไร และหลังหมดช่วงช่วยเหลือจะกลับไปใช้อัตราใด

2. ขอขยายระยะเวลาผ่อนชำระ

การยืดระยะเวลาผ่อนออกไปช่วยลดค่างวดบ้านในแต่ละเดือน เหมาะกับผู้ที่มีรายได้ลดลงต่อเนื่อง แต่ยังสามารถผ่อนระยะยาวได้

ข้อควรระวังคือ แม้ค่างวดต่อเดือนจะลดลง แต่ระยะเวลาที่เป็นหนี้นานขึ้นอาจทำให้ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาเพิ่มขึ้น และธนาคารอาจพิจารณาอายุของผู้กู้ร่วมด้วย

3. ขอปรับลดค่างวดชั่วคราว

ผู้ที่มีปัญหารายได้ในช่วงสั้น เช่น ถูกลดเงินเดือน ยอดขายลด หรือมีค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน อาจขอจ่ายค่างวดต่ำกว่าปกติเป็นระยะเวลาหนึ่ง เพื่อประคองสภาพคล่องก่อนกลับมาชำระตามเงื่อนไขเดิม

ควรสอบถามให้ชัดว่าจำนวนเงินที่จ่ายลดลงจะถูกนำไปตัดส่วนใด และยอดที่ชำระไม่ครบจะถูกนำไปรวมไว้ในค่างวดหลังจากนั้นอย่างไร

4. ขอผ่อนค่างวดแบบขั้นบันได

การผ่อนแบบขั้นบันไดเป็นการเริ่มจ่ายค่างวดในจำนวนต่ำก่อน แล้วทยอยเพิ่มขึ้นในอนาคต เหมาะกับผู้ที่คาดว่ารายได้จะค่อย ๆ ฟื้นตัว เช่น เพิ่งเริ่มงานใหม่ กิจการอยู่ระหว่างฟื้นตัว หรือมีรายได้เพิ่มตามอายุงาน

วิธีนี้ควรเลือกเมื่อมั่นใจว่าจะรองรับค่างวดที่เพิ่มขึ้นในอนาคตได้จริง หากรายได้ไม่เป็นไปตามแผน อาจกลับมาผิดนัดชำระอีกครั้ง

5. ขอพักชำระเงินต้น

การพักเงินต้นหมายถึงลูกหนี้ยังชำระดอกเบี้ย แต่พักการจ่ายเงินต้นไว้ชั่วคราว จึงช่วยลดจำนวนเงินที่ต้องจ่ายในช่วงที่รายได้ได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม เงินต้นจะยังไม่ลดและอาจทำให้ดอกเบี้ยรวมเพิ่มขึ้น ก่อนยอมรับข้อเสนอควรตรวจสอบว่าหลังสิ้นสุดระยะพักเงินต้น ต้องเพิ่มค่างวด ขยายเวลาผ่อน หรือชำระยอดที่พักไว้ในรูปแบบใด

6. รีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้าน

การรีไฟแนนซ์คือการย้ายสินเชื่อไปยังธนาคารใหม่ หรือทำสัญญาใหม่เพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขที่เหมาะสมกว่า เหมาะกับผู้ที่ยังมีประวัติชำระค่อนข้างดี รายได้เพียงพอ และมูลค่าหลักประกันผ่านเกณฑ์ของธนาคาร

ควรเปรียบเทียบดอกเบี้ยที่ประหยัดได้กับค่าประเมินหลักประกัน ค่าจดจำนอง ค่าประกัน และค่าปรับกรณีปิดสินเชื่อก่อนกำหนดตามเงื่อนไขในสัญญา

7. ขอรวมหนี้รายย่อยกับสินเชื่อบ้าน

ผู้ที่มีทั้งสินเชื่อบ้าน หนี้บัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคล อาจสอบถามธนาคารเรื่องการรวมหนี้ เพื่อเปลี่ยนหนี้ดอกเบี้ยสูงให้มีอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาชำระที่เหมาะสมขึ้น

แม้วิธีนี้อาจช่วยลดภาระรายเดือน แต่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะบ้านอาจถูกใช้เป็นหลักประกันรองรับภาระหนี้เพิ่มเติม หากไม่สามารถจ่ายตามสัญญาใหม่ได้ก็อาจกระทบต่อบ้านที่ต้องการรักษาไว้

8. ขายบ้านหรือตีโอนทรัพย์เพื่อชำระหนี้

หากประเมินแล้วว่าไม่สามารถผ่อนบ้านต่อได้ การขอเวลาเพื่อขายบ้านด้วยตนเองอาจช่วยให้มีโอกาสขายได้ในราคาที่เหมาะสมกว่าการปล่อยให้ทรัพย์เข้าสู่กระบวนการบังคับคดี จากนั้นจึงนำเงินที่ได้จากการขายไปชำระหนี้กับธนาคาร

อีกทางเลือกหนึ่งคือการเจรจาตีโอนบ้านให้เจ้าหนี้เพื่อชำระหนี้ โดยควรตรวจสอบและตกลงรายละเอียดให้ชัดเจน ทั้งราคาประเมินของทรัพย์ ยอดหนี้คงเหลือ และภาระหนี้ที่อาจยังเหลืออยู่หลังการโอน เพราะการตีโอนบ้านให้ธนาคารไม่ได้หมายความว่าหนี้ทั้งหมดจะสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติในทุกกรณี

สรุปก็คือ วิธีปรับโครงสร้างหนี้บ้านที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่จ่ายไหว ระยะเวลาที่รายได้ได้รับผลกระทบ และเป้าหมายว่าต้องการรักษาบ้านไว้หรือไม่ หากยังผ่อนต่อได้อาจเริ่มจากลดดอกเบี้ย ขยายเวลา หรือลดค่างวด แต่หากไม่สามารถรับภาระได้ในระยะยาว ควรเจรจาขายหรือตีโอนทรัพย์ก่อนปัญหาเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย


สถานการณ์แบบนี้ ควรเลือกปรับหนี้ด้วยวิธีไหน?

วิธีปรับโครงสร้างหนี้บ้านที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสาเหตุของปัญหา ระยะเวลาที่รายได้ได้รับผลกระทบ และจำนวนเงินที่สามารถชำระได้จริง หากเลือกแนวทางไม่ตรงกับสถานการณ์ ค่างวดอาจลดลงเพียงชั่วคราว แต่กลับมาเป็นภาระอีกครั้งเมื่อสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือ

สถานการณ์ของลูกหนี้

แนวทางที่ควรพิจารณา

ยังผ่อนตรงเวลา แต่ดอกเบี้ยสูงขึ้น


เจรจาขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม หรือเปรียบเทียบการรีไฟแนนซ์

รายได้ลดลงชั่วคราว แต่มีแนวโน้มฟื้นตัว

ขอปรับลดค่างวดหรือพักชำระเงินต้นในช่วงเวลาที่กำหนด

รายได้ลดลงต่อเนื่องในระยะยาว

ขอขยายระยะเวลาผ่อน เพื่อให้ค่างวดสอดคล้องกับรายได้ปัจจุบัน

รายได้จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นในอนาคต

ขอผ่อนค่างวดแบบขั้นบันได โดยเริ่มจ่ายน้อยและเพิ่มขึ้นตามแผน

มีหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลหลายก้อน

สอบถามการรวมหนี้เพื่อลดภาระดอกเบี้ยและรวมค่างวดไว้ในที่เดียว

เริ่มค้างชำระหรือใกล้เป็น NPL

รีบติดต่อธนาคารเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ก่อนยอดค้างและดอกเบี้ยผิดนัดเพิ่มขึ้น

เป็น NPL แต่ยังต้องการรักษาบ้าน

เจรจาลดค่างวด ขยายระยะเวลา และขอผ่อนปรนภาระดอกเบี้ยผิดนัดตามความเหมาะสม

ไม่สามารถผ่อนบ้านต่อได้ในระยะยาว

ขอเวลาขายทรัพย์หรือตกลงตีโอนทรัพย์ชำระหนี้ก่อนเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี

ก่อนเลือกวิธีใด ควรคำนวณค่างวดสูงสุดที่จ่ายไหวโดยยังเหลือเงินสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น พร้อมสอบถามธนาคารถึงยอดเงินต้น ดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อน และยอดชำระรวมภายใต้เงื่อนไขใหม่ โดยเฉพาะการขยายระยะเวลาหรือพักเงินต้นที่แม้ช่วยลดค่างวดบ้านในระยะสั้น แต่อาจทำให้ดอกเบี้ยรวมเพิ่มขึ้น


ขอปรับโครงสร้างหนี้บ้าน ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

ก่อนติดต่อธนาคารเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้บ้าน ควรเตรียมข้อมูลให้เห็นทั้งสาเหตุของปัญหา ภาระหนี้ทั้งหมด และจำนวนเงินที่สามารถชำระได้จริง การมีข้อมูลครบถ้วนจะช่วยให้ธนาคารประเมินสถานการณ์และเสนอเงื่อนไขที่เหมาะสมได้ง่ายกว่าการแจ้งเพียงว่าผ่อนบ้านไม่ไหว

1. ตรวจสอบรายละเอียดสินเชื่อบ้าน

รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสัญญาสินเชื่อให้ครบ ได้แก่

  • เงินต้นคงเหลือ

  • อัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน

  • ค่างวดต่อเดือน

  • ระยะเวลาผ่อนที่เหลือ

  • จำนวนงวดและยอดเงินที่ค้างชำระ

  • ดอกเบี้ยผิดนัดหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

  • ภาระของผู้กู้ร่วมและผู้ค้ำประกัน หากมี

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้มองเห็นขนาดของปัญหาและใช้เปรียบเทียบเงื่อนไขเดิมกับข้อเสนอใหม่จากธนาคารได้ชัดเจนขึ้น

2. สรุปภาระหนี้ทั้งหมด

ไม่ควรดูเฉพาะหนี้บ้าน แต่ควรรวบรวมหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล รถยนต์ และภาระผ่อนอื่นทั้งหมด โดยระบุเจ้าหนี้ ยอดคงเหลือ ดอกเบี้ย และค่างวดของแต่ละบัญชี เพื่อให้เห็นว่ารายได้ถูกใช้ชำระหนี้เดือนละเท่าไร

หากมีหนี้ดอกเบี้ยสูงหลายก้อน ข้อมูลส่วนนี้ยังช่วยให้สอบถามธนาคารได้ว่ามีแนวทางรวมหนี้หรือปรับภาระหลายบัญชีร่วมกันหรือไม่

3. ทำบัญชีรายรับและรายจ่ายตามความเป็นจริง

ควรจดรายได้และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละเดือน โดยแยกค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าสาธารณูปโภค ค่าเลี้ยงดูครอบครัว และค่ารักษาพยาบาล ออกจากค่าใช้จ่ายที่สามารถลดได้

เป้าหมายไม่ใช่การตัดค่าใช้จ่ายจนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ แต่เพื่อหาจำนวนเงินที่เหลือสำหรับชำระหนี้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องกู้เงินใหม่มาหมุนจ่าย

4. ประเมินค่างวดที่สามารถจ่ายได้จริง

ก่อนเจรจาควรกำหนดตัวเลขให้ชัดว่า ในแต่ละเดือนสามารถจ่ายค่างวดได้สูงสุดเท่าไร และสถานการณ์รายได้มีแนวโน้มฟื้นตัวเมื่อใด ไม่ควรเสนอจำนวนที่สูงเกินกำลังเพียงเพื่อให้ธนาคารยอมรับ เพราะอาจผิดนัดตามสัญญาใหม่อีกครั้ง

ตัวอย่างเช่น หากค่างวดเดิมอยู่ที่ 18,000 บาท แต่หลังหักค่าใช้จ่ายจำเป็นเหลือจ่ายได้ประมาณ 11,000 บาท ควรใช้ตัวเลขนี้เป็นฐานในการพูดคุยและเตรียมแผนรองรับหากรายได้ยังไม่ฟื้นตามคาด

5. เตรียมเอกสารประกอบการพิจารณา

เอกสารที่ธนาคารอาจขอแตกต่างกันตามอาชีพและสถานการณ์ของลูกหนี้ โดยทั่วไปควรเตรียมไว้ ได้แก่

  • บัตรประชาชนและเอกสารส่วนตัว

  • สัญญาสินเชื่อหรือข้อมูลบัญชีสินเชื่อบ้าน

  • สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองรายได้

  • รายการเดินบัญชีธนาคารล่าสุด

  • บัญชีรายรับรายจ่าย

  • หลักฐานรายได้ของอาชีพอิสระหรือเจ้าของกิจการ

  • หนังสือเลิกจ้าง หลักฐานลดเงินเดือน หรือเอกสารปิดกิจการ

  • ใบรับรองแพทย์หรือหลักฐานค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน

  • เอกสารของผู้กู้ร่วมตามที่ธนาคารกำหนด

เอกสารควรสะท้อนให้เห็นว่าความสามารถในการชำระเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเหตุชั่วคราวหรือมีแนวโน้มต่อเนื่องในระยะยาว

6. เตรียมทางเลือกสำหรับเจรจา

ควรมีแนวทางที่ต้องการเสนอแก่ธนาคารอย่างน้อย 1–2 ทางเลือก เช่น

  • ขอลดค่างวดชั่วคราว

  • ขอขยายระยะเวลาผ่อน

  • ขอพักชำระเงินต้น

  • ขอผ่อนแบบขั้นบันได

  • ขอลดอัตราดอกเบี้ย

แต่ละทางเลือกควรอิงจากรายได้และระยะเวลาที่คาดว่าสถานการณ์จะฟื้นตัว ไม่ควรเลือกเพียงวิธีที่มีค่างวดต่ำที่สุดโดยไม่ตรวจสอบดอกเบี้ยรวมและภาระหลังสิ้นสุดช่วงช่วยเหลือ

7. ติดต่อธนาคารและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

ควรติดต่อธนาคารทันทีเมื่อเริ่มเห็นว่าค่างวดกำลังเกินกำลัง ไม่จำเป็นต้องรอให้ค้างชำระ โดยสามารถติดต่อสาขา Call Center เจ้าหน้าที่สินเชื่อ หรือฝ่ายปรับโครงสร้างหนี้ของธนาคาร

ระหว่างกระบวนการควรส่งเอกสารให้ครบตามกำหนด ติดตามสถานะคำขอ และจดวันที่ติดต่อ ชื่อเจ้าหน้าที่ รวมถึงรายละเอียดที่ได้รับแจ้งไว้ทุกครั้ง หากยังไม่ได้รับข้อสรุป ไม่ควรหยุดชำระเองโดยไม่ได้ตกลงกับเจ้าหนี้

8. ตรวจสอบเงื่อนไขใหม่ก่อนลงนาม

เมื่อได้รับข้อเสนอ ควรตรวจสอบรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้

  • ค่างวดใหม่และวันที่เริ่มชำระ

  • อัตราดอกเบี้ยในแต่ละช่วง

  • ระยะเวลาผ่อนทั้งหมด

  • เงินต้นและดอกเบี้ยคงเหลือ

  • ยอดชำระรวมตลอดสัญญา

  • ค่างวดหลังสิ้นสุดช่วงช่วยเหลือ

  • เงื่อนไขกรณีผิดนัด

  • ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง

ควรขอตารางการชำระหนี้เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับความสามารถทางการเงิน หากพบว่าเงื่อนไขใหม่ยังจ่ายไม่ไหว ควรแจ้งธนาคารและเจรจาเพิ่มเติมก่อนลงนาม


ปรับโครงสร้างหนี้บ้านแล้ว มีผลกระทบอะไรบ้าง?

การปรับโครงสร้างหนี้บ้านช่วยลดภาระรายเดือนได้ แต่ควรตรวจสอบผลกระทบก่อนตัดสินใจ เพราะเงื่อนไขใหม่อาจส่งผลต่อระยะเวลาผ่อน ดอกเบี้ยรวม และการขอสินเชื่อในอนาคต

ประเด็นสำคัญที่ควรรู้ ได้แก่

  • ค่างวดลดลง แต่อาจต้องผ่อนนานขึ้นและเสียดอกเบี้ยรวมมากกว่าเดิม

  • การพักเงินต้นไม่ได้หมายความว่าดอกเบี้ยหยุดคำนวณ

  • ค่างวดหลังหมดช่วงช่วยเหลืออาจกลับมาสูงขึ้น

  • ข้อมูลการปรับโครงสร้างหนี้และประวัติชำระจะถูกรายงานตามข้อเท็จจริง

  • การขอสินเชื่อใหม่อาจได้รับการพิจารณาเข้มงวดขึ้น

  • การรวมหนี้อาจทำให้บ้านรองรับภาระหนี้เพิ่มขึ้น

  • หากผิดนัดตามสัญญาใหม่ อาจเกิดดอกเบี้ยผิดนัดและกระทบสถานะสินเชื่อ

ก่อนลงนามควรขอตารางเปรียบเทียบสัญญาเดิมกับสัญญาใหม่ โดยดูค่างวด อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อน ยอดชำระรวม และเงื่อนไขหลังสิ้นสุดมาตรการให้ครบถ้วน



ผ่อนบ้านไม่ไหว ควรติดต่อขอความช่วยเหลือที่ไหน?

เมื่อเริ่มรู้สึกว่าค่างวดเกินกำลัง ควรรีบติดต่อขอความช่วยเหลือก่อนเกิดยอดค้างสะสม เพราะยิ่งเจรจาเร็ว โอกาสเลือกวิธีปรับโครงสร้างหนี้บ้านให้เหมาะกับรายได้ยิ่งมีมากขึ้น โดยสามารถติดต่อผ่านช่องทางต่อไปนี้

1. ธนาคารหรือเจ้าหนี้สินเชื่อบ้านโดยตรง

ควรเริ่มจากธนาคารที่ให้สินเชื่อ เนื่องจากเป็นผู้พิจารณาปรับเงื่อนไขสัญญาได้โดยตรง สามารถติดต่อผ่านสาขา Call Center เจ้าหน้าที่สินเชื่อ หรือฝ่ายติดตามและปรับโครงสร้างหนี้ พร้อมแจ้งสถานการณ์รายได้และจำนวนค่างวดที่สามารถจ่ายได้จริง

2. ทางด่วนแก้หนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย

เหมาะสำหรับผู้ที่ติดต่อเจ้าหนี้แล้วแต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ หรือมีปัญหาในการประสานขอความช่วยเหลือ ช่องทางนี้ทำหน้าที่รับเรื่องและช่วยประสานไปยังผู้ให้บริการทางการเงิน แต่การอนุมัติและกำหนดเงื่อนไขยังขึ้นอยู่กับเจ้าหนี้

3. หมอหนี้เพื่อประชาชน

ผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าควรลดค่างวด ขยายระยะเวลาผ่อน หรือจัดการหนี้หลายก้อนอย่างไร สามารถขอคำปรึกษาจากหมอหนี้เพื่อประชาชน เพื่อช่วยวิเคราะห์รายรับ รายจ่าย และวางแนวทางเจรจาที่เหมาะกับสถานการณ์

4. ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน

สามารถโทรสอบถามข้อมูลหรือขอคำแนะนำจากธนาคารแห่งประเทศไทยได้ที่หมายเลข 1213 และช่องทางปรึกษาปัญหาหนี้ 1213 ต่อ 99 หากพบปัญหาเรื่องการให้บริการหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ควรเตรียมหลักฐานการติดต่อ เอกสารสินเชื่อ และรายละเอียดปัญหาให้ครบถ้วน

หากประเมินแล้วว่าไม่สามารถผ่อนบ้านต่อได้ ควรสอบถามธนาคารถึงยอดปิดบัญชีและเงื่อนไขการขายทรัพย์ด้วยตนเองก่อนเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี เพื่อเปรียบเทียบว่าการขายบ้านสามารถชำระยอดหนี้และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องได้เพียงพอหรือไม่


สรุป: 8 วิธีปรับโครงสร้างหนี้บ้าน เลือกอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง?

การปรับโครงสร้างหนี้บ้านไม่มีวิธีใดเหมาะกับลูกหนี้ทุกคน เพราะต้องพิจารณาจากรายได้ ภาระค่าใช้จ่าย ระยะเวลาที่ปัญหาจะเกิดขึ้น และเป้าหมายว่าต้องการรักษาบ้านไว้หรือไม่ หากเริ่มผ่อนบ้านไม่ไหว ควรติดต่อธนาคารตั้งแต่ยังไม่ค้างชำระ เพื่อให้มีโอกาสเลือกแนวทางช่วยเหลือได้มากขึ้น

ผู้ที่ยังมีรายได้และสามารถผ่อนต่อได้ อาจพิจารณาขอลดดอกเบี้ย ขยายระยะเวลาผ่อน ลดค่างวดชั่วคราว ผ่อนแบบขั้นบันได หรือพักชำระเงินต้น ส่วนผู้ที่มีหนี้ดอกเบี้ยสูงหลายรายการ อาจสอบถามเรื่องการรวมหนี้หรือรีไฟแนนซ์ โดยต้องเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายและดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา ไม่ควรตัดสินจากค่างวดช่วงแรกที่ลดลงเพียงอย่างเดียว

หากประเมินแล้วว่าไม่สามารถรับภาระบ้านต่อได้ในระยะยาว ควรปรึกษาธนาคารเรื่องการขอเวลาขายทรัพย์หรือตีโอนทรัพย์เพื่อชำระหนี้ก่อนเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย โดยควรตรวจสอบยอดหนี้คงเหลือ ราคาตลาด และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน สามารถเปรียบเทียบราคาประกาศอสังหาริมทรัพย์ในทำเลใกล้เคียงผ่าน 9asset.com เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นประกอบการวางแผนขายทรัพย์


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ 8 วิธีปรับโครงสร้างหนี้บ้าน ตามมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จากแบงก์ชาติ

A: สามารถติดต่อธนาคารเพื่อเจรจาใหม่ได้ หากรายได้หรือความสามารถในการชำระเปลี่ยนแปลงไป แต่การอนุมัติขึ้นอยู่กับการประเมินของเจ้าหนี้ จึงควรแจ้งปัญหาก่อนผิดนัดตามแผนใหม่ พร้อมเสนอจำนวนค่างวดที่สามารถจ่ายได้จริง

A: โดยทั่วไป หากมีการเปลี่ยนเงื่อนไขในสัญญาสินเชื่อ ธนาคารอาจขอเอกสาร รายได้ และลายมือชื่อจากผู้กู้ร่วมทุกคน เนื่องจากยังมีความรับผิดชอบต่อหนี้ร่วมกัน ควรสอบถามขั้นตอนจากธนาคารเจ้าหนี้โดยตรงก่อนยื่นคำขอ

A: โดยทั่วไปสามารถนำเงินมาชำระเพิ่มหรือปิดหนี้ก่อนกำหนดได้ แต่ควรตรวจสอบเงื่อนไขในสัญญาใหม่ว่ามีขั้นตอนหรือข้อจำกัดอย่างไร การโปะเงินต้นช่วยลดดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อน โดยการโปะสินเชื่อบ้านที่ไม่ใช่การรีไฟแนนซ์ไม่ควรถูกเรียกเก็บค่าปรับชำระก่อนกำหนด

A: สามารถเสนอขอเจรจาได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าธนาคารต้องอนุมัติทุกกรณี เจ้าหนี้อาจพิจารณาผ่อนปรนดอกเบี้ยผิดนัด ลดดอกเบี้ยบางส่วน หรือปรับยอดชำระตามสถานะหนี้ ความสามารถในการจ่าย และมูลค่าหลักประกัน ส่วนการลดเงินต้นของสินเชื่อบ้านมักพิจารณาเป็นรายกรณี

A: ไม่ควรหยุดชำระเองโดยยังไม่มีข้อตกลงจากธนาคาร เพราะอาจทำให้เกิดยอดค้าง ดอกเบี้ยผิดนัด และกระทบสถานะบัญชี ควรสอบถามเจ้าหน้าที่ว่าระหว่างพิจารณาต้องชำระจำนวนเท่าไร และเก็บหลักฐานการติดต่อกับการชำระเงินไว้ทุกครั้ง

รายการทรัพย์แนะนำ

ให้เช่าทาวน์เฮ้าส์-โฮม

ให้เช่าทาวน์เฮ้าส์-โฮม

- บาท

4 นอน
4 น้ำ
156 ตร.ม.

ให้เช่าทาวน์โฮม 3 ชั้น 3 ห้องนอน โครงการ The Terrace ลาดพร้าว 71 (นาคนิวาส 48) ใกล้เลียบด่วน ใกล้สตรีวิทยา2

ให้เช่าทาวน์โฮม 3 ชั้น 3 ห้องนอน โครงการ The Terrace ลาดพร้าว 71 (นาคนิวาส 48) ใกล้เลียบด่วน ใกล้สตรีวิทยา2 *** ราคาเช่า 26,000 บาท/เดือน ติดต่อ:: ชยา โทร/ID Line:: ********** Link Line:: https://line***/ti/p/3xFA1An8Kc รหัส# T26-1115 ทาวน์โฮม 3 ชั้น โครงการ The Terrace ลาดพร้าว 71 (นาคนิวาส 48) ใกล้เลียบด่วน ใกล้สตรีวิทยา2 ๐ พื้นที่ช้สอย 156 ตรม ๐ 3 ห้องนอน (ห้องน้ำในตัวทุกห้อง) ๐ 4 ห้องน้ำ ๐ 1 ห้องอเนกประสงค์ ๐ จอดรถในบ้านได้ 2 คัน มีหลังคาจอดรถ ๐ แอร์ 5 ตัว ๐ ห้องนอนใหญ่ มี walk-in closet และห้องเอนกประสงค์ ๐ Built-in ทุกห้อง ๐ มีห้องครัวหลังบ้านพร้อมหลังคาและตัวระบายอากาศ ๐ ประตูรั้วหน้าบ้านเป็นประตูไฟฟ้ารีโมท ๐ โครงการคุณภาพของ Land & House ๐ มี รปภ 24 ชม หมู่บ้านมีไม่กี่หลัง เงียบสงบ เป็นกันเอง ๐ ทำเลดีมาก เข้าออกได้หลายทาง ใกล้ตลาดและแหล่งชุมชน สถานที่ใกล้เคียง ๐ Central Eastville 3.9 กิโล 8 นาที ๐ CDC 5.8 กิโล ๐ รร. สตรีวิทยา 2 2.1 กิโล 6 นาที ๐ ตลาดโชคชัย 4 5.5 กิโล 11 นาที ๐ ม.เกษตร 11.7 กิโล *** ราคาเช่า 26,000 บาท/เดือน รวมส่วนกลาง ประกัน 2 เดือน ล่วงหน้า 1 เดือน สัญญาขั้นต่ำ 1 ปี -- จดทะเบียนบริษัท ขั้นต่ำ 3 ปี เช่า 35,000 บาท xx ไม่รับสัตว์เลี้ยง -- รับต่างชาติ แต่ขอไม่รับ คนจีน อินเดีย **บ้านว่างหลัง 20 สค 69** ที่ตั้ง:: ลาดพร้าว 71 (นาคนิวาส 48) แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร #PL. Real Estate Broker บริการรับฝากขาย / เช่า / จัดหา คอนโด บ้าน ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ทุกชนิด

Google Map
แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว จ.กรุงเทพฯ 102301.6 กม. ถึง MRT โชคชัย 4 (YL03)
ให้เช่าทาวน์เฮ้าส์-โฮม

ให้เช่าทาวน์เฮ้าส์-โฮม

- บาท

3 นอน
3 น้ำ
250 ตร.ม.

ให้เช่าทาวน์เฮาส์ 3 ชั้น 250 ตรม. 3 ห้องนอน สุขุมวิท 71 (ซอยปรีดีพนมยงค์ 42) 5 นาที ถึงเอกมัย และทองหล่อ

ให้เช่าทาวน์เฮาส์ 3 ชั้น 250 ตรม. 3 ห้องนอน สุขุมวิท 71 (ซอยปรีดีพนมยงค์ 42) 5 นาที ถึงเอกมัย และทองหล่อ *** ราคาเช่า 80,000 บาท/เดือน ติดต่อ:: ชยา โทร/ID Line:: ********** Link Line:: https://line***/ti/p/3xFA1An8Kc รหัส# T26-1116 ทาวน์เฮาส์ 3 ชั้น สุขุมวิท 71 (ซอยปรีดีพนมยงค์ 42) 5 นาที ถึงเอกมัย และทองหล่อ ๐ เนื้อที่ 23 ตารางวา ๐ พื้นที่ใช้สอย 250 ตารางเมตร ๐ 3 ห้องนอน ๐ 3 ห้องน้ำ ๐ 5 นาที ถึงเอกมัย และทองหล่อ ซอย 10 ๐ 8 นาที ถึง BTS พระโขนง ๐ เดินทางสะดวก เข้าออกสุขุมวิท พระราม 4 และทางด่วนได้ง่าย ๐ เหมาะสำหรับครอบครัว ชาวต่างชาติ หรือผู้ที่ต้องการบ้านขนาดใหญ่ในทำเลใจกลางเมือง *** ราคาเช่า 80,000 บาท/เดือน ประกัน 2 เดือน ล่วงหน้า 1 เดือน สัญญาขั้นต่ำ 1 ปี -- เลี้ยงสัตว์ได้ **บ้านว่าง 30 สค 69** ที่ตั้ง:: ซอยปรีดีพนมยงค์ 42 ถนนสุขุมวิท 71 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร, #PL. Real Estate Broker บริการรับฝากขาย / เช่า / จัดหา คอนโด บ้าน ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ทุกชนิด

Google Map
แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา จ.กรุงเทพฯ 10110572 เมตร ถึง BTS พร้อมพงษ์ (E5)
ขายทาวน์เฮ้าส์-โฮม - 18,000,000 บาท

ขายทาวน์เฮ้าส์-โฮม

18,000,000 บาท

3 นอน
3 น้ำ
128 ตร.ม.

ขายพร้อมผู้เช่า ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น สุขุมวิท 16 ใกล้ BTS อโศก 3 นอน

AOM 3006 ขายพร้อมผู้เช่า ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น สุขุมวิท 16 ใกล้ BTS อโศก 3 นอน 19 ตร.ว. แขวงคลองเตย เขตคลองเตย,กรุงเทพมหานคร ทาวน์เฮ้าส์ 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ราคา 18,000,000 จุดเด่น - ใกล้ รถไฟฟ้า BTS อโศก และ MRT สถานี ศูนย์การประชุมสิริกิต - ใกล้ร้านอาหาร คาเฟ่ และคอมมูนิตี้มอลล์ชื่อดัง ทั้งย่านสุขุมวิท พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน - ใกล้ เทอร์มินอล 21 อโศก , อุทยานเบญจสิริ ,เอ็มโพเรียม และเอ็มควอเทียร์ - เชื่อมต่อถนนสุขุมวิท ถนนพระราม 4 และทางพิเศษเฉลิมมหานคร เดินทางเข้า–ออกเมืองได้สะดวก - ทำเลมีความต้องการเช่าสูง เหมาะสำหรับปล่อยเช่าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มูลค่าทรัพย์มีโอกาสเติบโตในระยะยาว รายละเอียด - ขนาดพื้นที่ 19 ตรว - พื้นที่ใช้สอย 128 ตรม - 3 นอน 3 น้ำ - 2 ชั้น - หน้ากว้างเมตร 4 เมตร - ลึกประมาณ 20 เมตร - ทิศเหนือ - ที่จอดรถ 1 คัน ขาย 18 ล้าน ซ. สุขุมวิท 16 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร สถานที่ใกล้เคียง - บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า พระราม 4 : 1.5 กม - เค วิลเลจ : 1.6 กม - โลตัส พระราม 4 : 1.7 กม - ตลาดคลองเตย : 1.7 กม จุดเด่นที่น่าสนใจ - ใกล้ รถไฟฟ้า BTS อโศก และ MRT สถานี ศูนย์การประชุมสิริกิต - ใกล้ร้านอาหาร คาเฟ่ และคอมมูนิตี้มอลล์ชื่อดัง ทั้งย่านสุขุมวิท พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน - ใกล้ เทอร์มินอล 21 อโศก , อุทยานเบญจสิริ ,เอ็มโพเรียม และเอ็มควอเทียร์ - เชื่อมต่อถนนสุขุมวิท ถนนพระราม 4 และทางพิเศษเฉลิมมหานคร เดินทางเข้า–ออกเมืองได้สะดวก - ทำเลมีความต้องการเช่าสูง เหมาะสำหรับปล่อยเช่าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มูลค่าทรัพย์มีโอกาสเติบโตในระยะยาว ที่ตั้งและสถานที่ใกล้เคียง - บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า พระราม 4 : 1.5 กม - เค วิลเลจ : 1.6 กม - โลตัส พระราม 4 : 1.7 กม - ตลาดคลองเตย : 1.7 กม แขวงคลองเตย เขตคลองเตย,กรุงเทพมหานคร ติดต่อขอรูปและรายละเอียดเพิ่มเติม สนใจนัดชมสถานที่จริง Contact TEL/LINE คุณต๋อม ***-***-**** TEL/LINE ***-***-**** อสังหาริมทรัพย์ ยินดีรับฝากขาย-เช่า อสังหาริมทรัพย์ทุกชนิด ERA PROPERTY NETWORK CO.,LTD

Google Map
แขวงคลองเตย เขตคลองเตย จ.กรุงเทพฯ 10110758 เมตร ถึง MRT คลองเตย (BL24)
ขายทาวน์เฮ้าส์-โฮม - 3,500,000 บาท

ขายทาวน์เฮ้าส์-โฮม

3,500,000 บาท

2 นอน
2 น้ำ
21 ตร.ม.

T26-374 ขาย ทาวน์เฮ้าส์ - ใกล้กับ ใกล้มอเตอร์เวย์ ชั้นทั้งหมด 3 ชั้น 49 ตารางวา 3500000 บาท

ขายทาวน์โฮม 2.5 ชั้น 49 ตรว หลังใหญ่สไตล์บ้านเดี่ยว เล่นระดับ เพดานสูง หมู่บ้านเกษราคลาสสิคโฮม ซอยเสรีไทย 81-2 หลังใหญ่สุดในโครงการ *** ราคาขาย 3.5 ล้านบาท ติดต่อ:: ชยา โทร/ID Line:: ********** Link Line:: https://line***/ti/p/3xFA1An8Kc รหัส# T26-374 ทาวน์โฮม 2.5 ชั้นหลังใหญ่สไตล์บ้านเดี่ยว หมู่บ้านเกษราคลาสสิคโฮม ซอยเสรีไทย 81/2 เล่นระดับ เพดานสูง หลังใหญ่สุดในโครงการ - เนื้อที่ 49 ตารางวา บ้านหลังสุดท้าย มีความเป็นส่วนตัว - 3 ห้องนอน - 2 ห้องน้ำ - ที่จอดรถ 4-5 คัน - ปรับปรุงใหม่ พร้อมเข้าอยู่ - บ้านหลังสุดท้าย มีความเป็นส่วนตัว - ราคารวม ผ้าม่าน มุ้งลวด เหล็กดัด ทั้งหลัง, เฟอร์นิเจอร์บางส่วน, เครื่องปรับอากาศ 2 เครื่อง, เครื่องทำน้ำอุ่น, ตู้เย็น, เครื่องซักผ้า, ปั๊มน้ำ, ถังสำรองน้ำ ขนาด 1,000 ลิตร เข้าได้จากทั้งถนนรามอินทรา ซอยสวนสยาม และ ถนนเสรีไทย เพียง 5 นาทีจาก MRT สถานีนพรัตน์ ใกล้มอเตอร์เวย์ จุดเด่น - โครงการตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ ใกล้ถนนวงแหวนรอบนอก เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิในเวลาเพียงไม่กี่นาที - สามารถเดินทางเข้า-ออกโครงการได้สะดวก ด้วยถนนเสรีไทย ถนนรามอินทรา ถนนวงแหวนตะวันตก ใกล้แนวเชื่อมต่อนวมินทร์-อุดมสุข และรถไฟฟ้าสายสีชมพู - โครงการรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ สวนสยาม เดอะพรอมานาด แฟชั่นไอส์แลนด์ รพ สินแพทย์ รพ นพรัตน์ *** ราคาขาย 3.5 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายวันโอนคนละครึ่ง ที่ตั้ง:: ถนนเสรีไทย ซอยเสรีไทย 81/2 แยก 14 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร #PL. Real Estate Broker บริการรับฝากขาย / เช่า / จัดหา คอนโด บ้าน ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ทุกชนิด

Google Map
แขวงคันนายาว เขตคันนายาว จ.กรุงเทพฯ 10230878 เมตร ถึง MRT บางพลัด (BL07)

โครงการแนะนำ

อาณา อิสรภาพ

อาณา อิสรภาพ

186 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2573
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
ซ.อิสรภาพ 15 ถ.อิสรภาพ แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี จ.กรุงเทพฯ 10600
โนเบิล เอ็มเมอร์ส พร้อมพงษ์

โนเบิล เอ็มเมอร์ส พร้อมพงษ์

358 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2572
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
แขวงคลองตัน เขตคลองเตย จ.กรุงเทพฯ 10110
เทตต์ พัทยา

เทตต์ พัทยา

311 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2572
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
ถ.พัทยากลาง ต.เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ อโศก

อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ อโศก

88 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2572
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
ซ.สุขุมวิท 16 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย จ.กรุงเทพฯ 10110
อเวนิว บูติก คอนโดมิเนียม

อเวนิว บูติก คอนโดมิเนียม

276 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2572
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
ถนน สายบุญสัมพันธ์ ซอยบัวขาว 15 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
สกายพาร์ค ลูเชี่ยน จอมเทียน พัทยา

สกายพาร์ค ลูเชี่ยน จอมเทียน พัทยา

899 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2572
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
66 หมู่ 12 ต.เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
เดอะ ริเวียร่า แคลิฟอร์เนีย พัทยา

เดอะ ริเวียร่า แคลิฟอร์เนีย พัทยา

122 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2572
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
392/68 ถ.พัทยาใต้ ต.เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
วันซ์ วงศ์อมาตย์

วันซ์ วงศ์อมาตย์

548 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2572
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
ซอยนาเกลือ 33 ถนนนาเกลือ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
ไวด์เด็น บาย แสนสิริ

ไวด์เด็น บาย แสนสิริ

215 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2571
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
8/11 ถ.นางลิ้นจี่ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร จ.กรุงเทพฯ 10120
มาร์ควิส พญาไท

มาร์ควิส พญาไท

380 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2571
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
ถ.พญาไท แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี จ.กรุงเทพฯ 10400
ซี สไปร์ จอมเทียน

ซี สไปร์ จอมเทียน

451 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2571
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
299 ต.เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
บีท ป๊อป รัชดา-เกษตร

บีท ป๊อป รัชดา-เกษตร

558 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2571
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
ถ.ประเสริฐมนูกิจ แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร จ.กรุงเทพฯ 10900