E-commerce โตไม่หยุด อสังหาริมทรัพย์ประเภทไหนได้อานิสงส์มากที่สุดในปี 2026

เผยแพร่ :28.6.2026 12:50
ปรับปรุง :29.6.2026 01:15
ผู้เขียน :Woranita Hunjin
แชร์:  
E-commerce โตไม่หยุด อสังหาริมทรัพย์ประเภทไหนได้อานิสงส์มากที่สุดในปี 2026

การเติบโตของ E-commerce ไม่ได้เปลี่ยนแค่พฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภค แต่ยังส่งผลกระทบต่อหลายภาคธุรกิจ รวมถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่กำลังปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของระบบโลจิสติกส์และการกระจายสินค้าที่รวดเร็วมากขึ้น

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ธุรกิจ E-commerce ผู้ให้บริการขนส่ง และแพลตฟอร์มค้าปลีกต่าง ๆ ต้องขยายศูนย์กระจายสินค้า คลังสินค้า และฐานการผลิต เพื่อรองรับปริมาณคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้อสังหาริมทรัพย์หลายประเภทได้รับอานิสงส์ ไม่ว่าจะเป็น โกดังโรงงาน อาคารพาณิชย์ หรือที่ดินในทำเลยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม

ขณะเดียวกัน การแข่งขันด้านการจัดส่งสินค้าที่รวดเร็ว โดยเฉพาะบริการส่งภายในวันเดียวหรือวันถัดไป ทำให้ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการเลือกทำเลมากขึ้น พื้นที่ที่อยู่ใกล้เมือง ทางด่วน มอเตอร์เวย์ ท่าเรือ และสนามบิน จึงกลายเป็นทรัพย์สินที่มีความต้องการสูง เนื่องจากช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์และเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหาร Supply Chain ได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ แนวโน้มการนำเทคโนโลยี เช่น ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ (Smart Warehouse) ระบบบริหารจัดการสินค้า และ AI เข้ามาใช้ในภาคโลจิสติกส์ ยังทำให้อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมมีบทบาทสำคัญมากขึ้น ทั้งในมุมของผู้ประกอบการที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และนักลงทุนที่มองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว

บทความนี้ 9asset จะพาไปวิเคราะห์ว่า การเติบโตของ E-commerce ส่งผลต่ออสังหาริมทรัพย์ประเภทใดบ้าง พร้อมอธิบายเหตุผลว่าทำไมอสังหาริมทรัพย์บางประเภทจึงกลายเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น และนักลงทุนควรวางกลยุทธ์อย่างไรเพื่อให้สอดรับกับทิศทางของตลาดในปี 2026 และอนาคต



ทำไมการเติบโตของ E-commerce ถึงเปลี่ยนตลาดอสังหาริมทรัพย์

ในอดีต การเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ มักขับเคลื่อนด้วยปัจจัยด้านที่อยู่อาศัย การขยายตัวของเมือง และการลงทุนเชิงพาณิชย์เป็นหลัก แต่ในปัจจุบัน การเติบโตของ E-commerce ได้กลายเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ความต้องการอสังหาริมทรัพย์บางประเภทเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การจัดเก็บสินค้า และระบบโลจิสติกส์

สาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ผู้คนหันมาซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้นทั้งในชีวิตประจำวันและการซื้อสินค้าขนาดใหญ่ ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งพัฒนาระบบจัดเก็บสินค้าและการจัดส่งให้รวดเร็วกว่าเดิม เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและตอบสนองความคาดหวังของลูกค้า

เมื่อคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ธุรกิจ E-commerce จึงต้องขยายพื้นที่สำหรับจัดเก็บสินค้า เปิดศูนย์กระจายสินค้าเพิ่มเติม และเพิ่มจำนวนคลังสินค้าในทำเลยุทธศาสตร์ ส่งผลให้ความต้องการโกดัง และพื้นที่ด้านโลจิสติกส์เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้กรุงเทพฯ เมืองใหญ่ และจุดเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ

นอกจากคลังสินค้าแล้ว ภาคการผลิตก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ผู้ประกอบการหลายรายปรับรูปแบบการผลิตให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทำให้ความต้องการ โรงงาน ที่สามารถรองรับการผลิตแบบหลากหลายและเชื่อมต่อกับระบบขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย

อีกหนึ่งปัจจัยที่มีบทบาทสำคัญคือการแข่งขันด้านการจัดส่งสินค้าแบบรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการส่งภายในวันเดียว (Same-day Delivery) หรือวันถัดไป (Next-day Delivery) ผู้ประกอบการจึงต้องกระจายคลังสินค้าให้เข้าใกล้ผู้บริโภคมากขึ้น ส่งผลให้ทำเลใกล้ทางด่วน มอเตอร์เวย์ สนามบิน และศูนย์กลางการขนส่ง กลายเป็นพื้นที่ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีอย่างระบบบริหารคลังสินค้าอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และ AI ก็เข้ามามีบทบาทในการเพิ่มประสิทธิภาพของการดำเนินงาน ทำให้อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมยุคใหม่ต้องถูกออกแบบให้รองรับเทคโนโลยีเหล่านี้มากขึ้น ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องทำเล แต่ยังรวมถึงคุณภาพและความพร้อมของอาคารอีกด้วย


1. โกดังและคลังสินค้า อสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับอานิสงส์จาก E-commerce มากที่สุด

หากพูดถึงอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเติบโตของ E-commerce คำตอบแรกที่หลายคนนึกถึงคือ โกดัง และคลังสินค้า เนื่องจากทุกคำสั่งซื้อออนไลน์ล้วนต้องผ่านกระบวนการจัดเก็บ คัดแยก บรรจุ และจัดส่งสินค้า ทำให้ความต้องการพื้นที่สำหรับรองรับสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตของตลาดออนไลน์

ในอดีต คลังสินค้าส่วนใหญ่มีหน้าที่เพียงจัดเก็บสินค้าเพื่อรอการกระจาย แต่ปัจจุบันบทบาทของโกดังเปลี่ยนไปอย่างมาก หลายแห่งถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์บริหารคำสั่งซื้อ (Fulfillment Center) ที่สามารถรับสินค้า จัดการสต็อก แพ็กสินค้า และส่งออกไปยังลูกค้าได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันด้านความรวดเร็วในการจัดส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ธุรกิจ E-commerce ยังนิยมกระจายคลังสินค้าออกเป็นหลายพื้นที่ แทนการรวมไว้เพียงแห่งเดียว เพื่อให้สามารถส่งสินค้าไปถึงผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาคได้เร็วขึ้น แนวคิดดังกล่าวทำให้พื้นที่ใกล้กรุงเทพฯ เมืองใหญ่ และเส้นทางคมนาคมหลัก กลายเป็นทำเลที่ได้รับความต้องการสูงอย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าสนใจคือการพัฒนา Smart Warehouse หรือคลังสินค้าอัจฉริยะ ซึ่งนำระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ AI และซอฟต์แวร์บริหารจัดการคลังสินค้าเข้ามาใช้ เพื่อลดต้นทุนแรงงาน เพิ่มความแม่นยำในการจัดการสินค้า และรองรับปริมาณคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้อสังหาริมทรัพย์ประเภทโกดังยุคใหม่มีมูลค่าและความต้องการเพิ่มขึ้นมากกว่าโกดังแบบดั้งเดิม

นอกจากคลังสินค้าทั่วไปแล้ว คลังสินค้าเฉพาะทาง เช่น คลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิ (Cold Storage) ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจอาหารสด อาหารแช่แข็ง ยา เวชภัณฑ์ และสินค้าเพื่อสุขภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่องบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ทำให้นักลงทุนเริ่มให้ความสนใจกับอสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้มากขึ้น

ในมุมของนักลงทุน โกดังถือเป็น อสังหาริมทรัพย์ ที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าระยะยาว เนื่องจากผู้เช่าส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ ผู้ให้บริการ Fulfillment บริษัทขนส่ง และธุรกิจ E-commerce ที่ต้องการใช้พื้นที่อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีแนวโน้มขยายพื้นที่เมื่อธุรกิจเติบโต


2. โรงงานที่รองรับการผลิตแบบยืดหยุ่น ได้รับความต้องการเพิ่มขึ้น

แม้ว่าหลายคนจะมองว่า E-commerce ส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจค้าปลีกและคลังสินค้า แต่ในความเป็นจริง ภาคการผลิตก็ได้รับอิทธิพลจากการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างชัดเจนเช่นกัน เนื่องจากผู้บริโภคมีความต้องการสินค้าที่หลากหลาย เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และคาดหวังระยะเวลาการจัดส่งที่สั้นลง ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องปรับรูปแบบการดำเนินงานให้มีความยืดหยุ่นมากกว่าเดิม

ในอดีต โรงงานจำนวนมากถูกออกแบบมาเพื่อการผลิตสินค้าปริมาณมากในรูปแบบเดียว แต่ปัจจุบันผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยหันมาใช้แนวคิด Flexible Manufacturing หรือการผลิตแบบยืดหยุ่น ที่สามารถปรับเปลี่ยนสายการผลิตให้รองรับสินค้าได้หลายประเภท และตอบสนองต่อคำสั่งซื้อที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเฉพาะธุรกิจที่จำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของธุรกิจ OEM, ODM และแบรนด์ออนไลน์ (D2C: Direct-to-Consumer) ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการเหล่านี้ต้องการ โรงงาน ที่สามารถผลิตสินค้าในปริมาณที่เหมาะสม พร้อมรองรับการพัฒนาสินค้าใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้โรงงานที่มีความทันสมัยและมีศักยภาพในการปรับตัวได้รับความสนใจมากขึ้น

นอกจากนี้ แนวโน้มการย้ายฐานการผลิต (Nearshoring) และการกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานโลก ยังทำให้ประเทศไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติในฐานะฐานการผลิตแห่งใหม่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในหรือใกล้ นิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมีระบบสาธารณูปโภคครบถ้วน เชื่อมต่อกับท่าเรือ สนามบิน และโครงข่ายโลจิสติกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในโรงงาน เช่น ระบบ Automation, IoT, AI และการวิเคราะห์ข้อมูลการผลิต ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพการผลิต ส่งผลให้โรงงานยุคใหม่กลายเป็น อสังหาริมทรัพย์ ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ทั้งในมุมของผู้ใช้งานและนักลงทุนที่ต้องการปล่อยเช่าหรือถือครองเพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาว

สำหรับนักลงทุน การเลือกลงทุนในโรงงานที่ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ ใกล้แหล่งแรงงาน และมีการเชื่อมต่อกับระบบโลจิสติกส์ที่ดี จะช่วยเพิ่มโอกาสในการหาผู้เช่า และรองรับความต้องการของภาคการผลิตที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากการเติบโตของ E-commerce และการค้าระหว่างประเทศ


3. อาคารพาณิชย์กลายเป็น Micro Fulfillment และหน้าร้านรูปแบบใหม่

การเติบโตของ E-commerce ไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อโกดังและโรงงานเท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนบทบาทของ อาคารพาณิชย์ อย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่ใช้เป็นหน้าร้านค้าปลีกหรือสำนักงานเพียงอย่างเดียว ปัจจุบันอาคารพาณิชย์หลายแห่งถูกปรับให้รองรับรูปแบบธุรกิจใหม่ที่เชื่อมโยงทั้งการขายออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน

หนึ่งในแนวโน้มที่เติบโตอย่างรวดเร็วคือการใช้พื้นที่เป็น Micro Fulfillment Center หรือศูนย์กระจายสินค้าขนาดเล็ก ซึ่งตั้งอยู่ใกล้แหล่งชุมชนและลูกค้า เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดเก็บสินค้า แพ็กสินค้า และจัดส่งได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะบริการส่งภายในวันเดียวที่กำลังได้รับความนิยมในหลายเมืองใหญ่

นอกจากนี้ อาคารพาณิชย์ยังถูกนำมาปรับใช้เป็น Dark Store ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับรองรับคำสั่งซื้อออนไลน์โดยเฉพาะ แม้จะไม่มีหน้าร้านสำหรับลูกค้าเดินเลือกสินค้า แต่สามารถบริหารสต็อกและจัดส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนการดำเนินงาน พร้อมเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ

อีกหนึ่งรูปแบบที่พบมากขึ้นคือ Hybrid Retail หรือการผสมผสานระหว่างร้านค้าออฟไลน์กับช่องทางออนไลน์ ผู้ประกอบการใช้พื้นที่อาคารพาณิชย์เป็นทั้งโชว์รูม จุดรับสินค้า จุดไลฟ์ขายสินค้า และสำนักงานบริหารธุรกิจออนไลน์ในอาคารเดียวกัน ช่วยสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมต่อระหว่างการซื้อสินค้าผ่านหน้าร้านและแพลตฟอร์มดิจิทัลได้อย่างลงตัว

ทำเลของอาคารพาณิชย์จึงมีความสำคัญมากกว่าที่เคย โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ชุมชน รถไฟฟ้า หรือเส้นทางคมนาคมหลัก ซึ่งช่วยให้การจัดส่งสินค้าและการเข้าถึงลูกค้าเป็นไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ อาคารพาณิชย์ ในทำเลเหล่านี้ยังคงได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการ E-commerce และธุรกิจบริการอย่างต่อเนื่อง

ในมุมของนักลงทุน อาคารพาณิชย์ที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลายรูปแบบ มีความยืดหยุ่นในการปล่อยเช่า และรองรับธุรกิจยุคใหม่ จะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีมากกว่าการพึ่งพารูปแบบการใช้งานแบบเดิมเพียงอย่างเดียว จึงกลายเป็นอีกหนึ่ง อสังหาริมทรัพย์ ที่ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัล


4. ศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center) มีความสำคัญมากขึ้น

เมื่อธุรกิจ E-commerce เติบโตอย่างรวดเร็ว ความเร็วในการจัดส่งสินค้าได้กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคใช้ตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า ส่งผลให้ศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center) กลายเป็นหัวใจของระบบโลจิสติกส์ยุคใหม่ และเป็นอสังหาริมทรัพย์ ที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากทั้งผู้ประกอบการและนักลงทุน

ศูนย์กระจายสินค้าแตกต่างจากโกดังทั่วไปตรงที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงจัดเก็บสินค้า แต่เป็นศูนย์กลางในการรับสินค้า คัดแยก จัดเรียง รวมคำสั่งซื้อ และส่งต่อไปยังปลายทางอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถลดระยะเวลาการจัดส่งและรองรับปริมาณคำสั่งซื้อจำนวนมากได้ในแต่ละวัน

การขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ยังทำให้หลายบริษัทพัฒนาเครือข่าย Distribution Center กระจายอยู่ในหลายภูมิภาค แทนการมีศูนย์กระจายสินค้าเพียงแห่งเดียว เพื่อให้สามารถส่งสินค้าไปยังลูกค้าในแต่ละพื้นที่ได้รวดเร็วขึ้น ลดต้นทุนการขนส่ง และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารระบบโลจิสติกส์

อีกหนึ่งแนวโน้มที่ได้รับความนิยมคือการพัฒนา Regional Distribution Center ซึ่งเป็นศูนย์กระจายสินค้าระดับภูมิภาคที่เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างจังหวัดและภูมิภาคต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ทำให้ธุรกิจสามารถบริหารสต็อกสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาสินค้าขาดหรือค้างสต็อก และเพิ่มความสามารถในการตอบสนองต่อความต้องการของตลาด

นอกจากนี้ หลายองค์กรยังนำระบบ Cross Docking เข้ามาใช้ในศูนย์กระจายสินค้า เพื่อลดระยะเวลาการจัดเก็บสินค้า โดยสินค้าจะถูกส่งต่อจากรถขนส่งขาเข้าไปยังรถขนส่งขาออกโดยตรง ช่วยลดต้นทุนการจัดเก็บ เพิ่มความรวดเร็วในการกระจายสินค้า และตอบโจทย์ธุรกิจที่ต้องการหมุนเวียนสินค้าอย่างต่อเนื่อง

ทำเลของศูนย์กระจายสินค้าจึงเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างมาก พื้นที่ที่อยู่ใกล้ทางด่วน มอเตอร์เวย์ ท่าเรือ สนามบิน และศูนย์กลางการคมนาคม จะช่วยให้การขนส่งสินค้าเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ในทำเลเหล่านี้ได้รับความสนใจจากผู้พัฒนาโครงการด้านโลจิสติกส์เพิ่มขึ้นทุกปี

ในมุมของนักลงทุน ศูนย์กระจายสินค้าถือเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ระยะยาว เนื่องจากผู้เช่าส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ บริษัทโลจิสติกส์ และแพลตฟอร์ม E-commerce ที่มีความต้องการใช้พื้นที่อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีแนวโน้มขยายพื้นที่ตามการเติบโตของธุรกิจ


5. ที่ดินในทำเลยุทธศาสตร์ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น

เมื่อธุรกิจ E-commerce ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ความต้องการไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเช่าโกดังหรือโรงงานเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้ที่ดิน ในทำเลยุทธศาสตร์กลายเป็นหนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ ที่ได้รับความสนใจจากทั้งนักลงทุน ผู้พัฒนาโครงการ และผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์มากขึ้น เนื่องจากที่ดินเป็นทรัพยากรสำคัญสำหรับการพัฒนาโครงการในอนาคต

ผู้ประกอบการจำนวนมากเริ่มมองหาที่ดินสำหรับก่อสร้างโกดัง ศูนย์กระจายสินค้า โรงงาน และศูนย์ Fulfillment แห่งใหม่ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในระยะยาว โดยเฉพาะพื้นที่ที่สามารถเชื่อมต่อกับโครงข่ายการขนส่งหลักได้อย่างสะดวก ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์และเพิ่มความรวดเร็วในการกระจายสินค้า

ทำเลที่ได้รับความนิยมส่วนใหญ่มักอยู่ใกล้ทางด่วน มอเตอร์เวย์ ท่าเรือ สนามบิน และเส้นทางคมนาคมสายหลัก เนื่องจากสามารถเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าไปยังกรุงเทพฯ ปริมณฑล ภูมิภาคต่าง ๆ และตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้มูลค่าของที่ดินในพื้นที่เหล่านี้มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ พื้นที่ที่อยู่ใกล้ นิคมอุตสาหกรรม หรือเขตเศรษฐกิจสำคัญ เช่น เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ก็ได้รับความสนใจมากขึ้นเช่นกัน เพราะเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค และเครือข่ายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคการผลิตและโลจิสติกส์ ทำให้สามารถพัฒนาโครงการได้รวดเร็วและตอบโจทย์ความต้องการของตลาด

อีกหนึ่งแนวโน้มที่เห็นได้ชัดคือการเติบโตของ Land Banking หรือการซื้อที่ดินเพื่อถือครองระยะยาว นักลงทุนจำนวนไม่น้อยเลือกลงทุนในที่ดินที่มีศักยภาพ แม้ยังไม่มีการพัฒนาในทันที แต่คาดหวังผลตอบแทนจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าที่ดินเมื่อโครงสร้างพื้นฐานหรือโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่แล้วเสร็จ

ในมุมของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การมีที่ดินในทำเลที่เหมาะสมยังเปิดโอกาสในการพัฒนาโครงการได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโกดังให้เช่า โรงงานสำเร็จรูป ศูนย์กระจายสินค้า หรือโครงการโลจิสติกส์แบบครบวงจร ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของธุรกิจ E-commerce ที่ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

สำหรับนักลงทุน การเลือกลงทุนในที่ดินควรพิจารณาทั้งแนวโน้มการพัฒนาเมือง การขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน ผังเมือง และความต้องการใช้พื้นที่ในอนาคต เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากทั้งการพัฒนาโครงการ การปล่อยเช่า หรือการเพิ่มขึ้นของมูลค่าทรัพย์สินได้อย่างคุ้มค่า


นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ควรปรับตัวอย่างไรในยุค E-commerce

การเติบโตของ E-commerce ทำให้แนวคิดในการลงทุนด้าน อสังหาริมทรัพย์ เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่นักลงทุนจำนวนมากให้ความสำคัญกับที่อยู่อาศัยหรืออาคารสำนักงานเป็นหลัก ปัจจุบันอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับระบบโลจิสติกส์ การผลิต และการกระจายสินค้า กลับกลายเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การปรับตัวของนักลงทุนจึงไม่ใช่เพียงการเลือกซื้อทรัพย์สินที่มีราคาดี แต่ต้องวิเคราะห์ทิศทางของธุรกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคควบคู่กัน เพื่อให้สามารถเลือกลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้อย่างยั่งยืน

1. ให้ความสำคัญกับทำเลที่เชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐาน

ทำเลยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของการลงทุน โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ใกล้ทางด่วน มอเตอร์เวย์ ท่าเรือ สนามบิน และศูนย์กลางโลจิสติกส์ เพราะสามารถรองรับการขนส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจ E-commerce ที่ให้ความสำคัญกับความรวดเร็วในการจัดส่ง

2. เลือกอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถปรับใช้งานได้หลากหลาย

อสังหาริมทรัพย์ที่สามารถรองรับการใช้งานได้หลายรูปแบบ เช่น โกดังที่สามารถปรับเป็นศูนย์กระจายสินค้า โรงงานที่รองรับการผลิตหลายประเภท หรืออาคารพาณิชย์ที่ใช้เป็นทั้งหน้าร้านและจุดจัดส่งสินค้า จะมีความยืดหยุ่นสูงและตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

3. มองหาโอกาสจากธุรกิจโลจิสติกส์และ E-commerce

การขยายตัวของแพลตฟอร์มออนไลน์ บริษัทขนส่ง และผู้ให้บริการ Fulfillment ทำให้ความต้องการเช่าโกดัง โรงงาน และศูนย์กระจายสินค้ายังคงเพิ่มขึ้น นักลงทุนที่เลือกลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ตอบโจทย์กลุ่มธุรกิจเหล่านี้ มีโอกาสสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าในระยะยาวมากขึ้น

4. พิจารณาอาคารที่รองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่

ปัจจุบันผู้เช่าจำนวนมากมองหาอาคารที่สามารถรองรับระบบ Automation, Smart Warehouse, IoT และระบบบริหารจัดการอัจฉริยะ การเลือกลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่มีโครงสร้างพร้อมรองรับเทคโนโลยี จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดผู้เช่าได้ดีกว่าอสังหาริมทรัพย์แบบเดิม

5. คำนึงถึงความยั่งยืนและมาตรฐาน ESG

องค์กรขนาดใหญ่และบริษัทข้ามชาติจำนวนมากให้ความสำคัญกับอาคารที่ประหยัดพลังงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับแนวทาง ESG มากขึ้น นักลงทุนจึงควรพิจารณาอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถพัฒนาให้รองรับมาตรฐานเหล่านี้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างมูลค่าและรองรับความต้องการของตลาดในอนาคต

6. กระจายการลงทุนไปยังอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม

แทนที่จะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพียงประเภทเดียว นักลงทุนอาจพิจารณากระจายพอร์ตไปยังโกดัง โรงงาน ศูนย์กระจายสินค้า หรือที่ดินในทำเลยุทธศาสตร์ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

สรุปแล้ว การเติบโตของ E-commerce ได้เปลี่ยนมุมมองการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จากการเน้นทำเลเพื่ออยู่อาศัย มาเป็นการให้ความสำคัญกับทำเลที่สนับสนุนระบบโลจิสติกส์ การผลิต และการกระจายสินค้า นักลงทุนที่สามารถปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับแนวโน้มดังกล่าว จะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว


แนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ที่จะเติบโตจาก E-commerce

การเติบโตของ E-commerce ไม่ได้เป็นเพียงกระแสระยะสั้น แต่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างของตลาด อสังหาริมทรัพย์ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านรูปแบบการใช้งาน การเลือกทำเล และการพัฒนาโครงการใหม่ ผู้ประกอบการและนักลงทุนจึงควรติดตามแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้น เพื่อวางแผนการลงทุนให้สอดคล้องกับทิศทางของตลาดในอนาคต

แนวโน้มสำคัญที่น่าจับตามอง มีดังนี้

  • Smart Warehouse กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของคลังสินค้า คลังสินค้ารุ่นใหม่ถูกพัฒนาให้รองรับระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ AI และระบบบริหารจัดการคลังสินค้าแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดต้นทุน และรองรับปริมาณคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น

  • Last-mile Logistics มีความสำคัญมากขึ้น การแข่งขันด้านการจัดส่งภายในวันเดียวหรือวันถัดไป ทำให้ผู้ประกอบการต้องกระจายโกดังและศูนย์กระจายสินค้าเข้าใกล้พื้นที่อยู่อาศัยและแหล่งชุมชนมากขึ้น ส่งผลให้ทำเลใกล้เมืองได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

  • Dark Store และ Micro Fulfillment Center ขยายตัวต่อเนื่อง ผู้ค้าปลีกและแพลตฟอร์มออนไลน์เริ่มลงทุนในพื้นที่ขนาดเล็กที่ใช้สำหรับจัดเก็บและกระจายสินค้าโดยเฉพาะ ช่วยลดระยะเวลาการจัดส่งและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้า

  • โรงงานอัจฉริยะและการผลิตแบบยืดหยุ่นเติบโตมากขึ้น ธุรกิจการผลิตเริ่มนำเทคโนโลยี Automation, IoT และ AI เข้ามาใช้ในสายการผลิต เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

  • Green Logistics และอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้รับความนิยม ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับอาคารที่ประหยัดพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสอดคล้องกับแนวทาง ESG ซึ่งส่งผลต่อการเลือกลงทุนและการเช่าอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต

  • Data Center เติบโตควบคู่กับเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายตัวของแพลตฟอร์มออนไลน์ Cloud Computing และ AI ทำให้ความต้องการศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ Data Center กลายเป็นอสังหาริมทรัพย์อีกประเภทที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน

  • Logistics Hub แบบครบวงจรได้รับการพัฒนามากขึ้น โครงการที่รวมโกดัง ศูนย์กระจายสินค้า โรงงาน และสำนักงานไว้ในพื้นที่เดียวกัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของ Supply Chain และตอบโจทย์ธุรกิจที่ต้องการบริหารจัดการโลจิสติกส์แบบครบวงจร

  • นักลงทุนหันมาสนใจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมมากขึ้น จากการเติบโตของ E-commerce และการค้าระหว่างประเทศ ทำให้โกดัง โรงงาน ศูนย์กระจายสินค้า และที่ดินในทำเลยุทธศาสตร์ กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาวมากกว่าอสังหาริมทรัพย์บางประเภทในตลาดดั้งเดิม

สำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุน การเข้าใจแนวโน้มเหล่านี้จะช่วยให้สามารถเลือกลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่สอดคล้องกับทิศทางของเศรษฐกิจดิจิทัล ลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของตลาด และเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

สรุปแล้ว ตลาดอสังหาริมทรัพย์ จะได้รับอิทธิพลจากการเติบโตของ E-commerce อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ การผลิต และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งมีแนวโน้มเป็นกลุ่มสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในการเติบโตและได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง



สรุป: E-commerce ไม่ได้เปลี่ยนแค่การซื้อขาย แต่กำลังเปลี่ยนทิศทางการลงทุนอสังหาริมทรัพย์

การเติบโตของ E-commerce ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญให้กับตลาดอสังหาริมทรัพย์ จากเดิมที่ความต้องการกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มที่อยู่อาศัยและอาคารสำนักงาน ปัจจุบันอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์กลับมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโกดัง โรงงาน ศูนย์กระจายสินค้า อาคารพาณิชย์ หรือที่ดินในทำเลยุทธศาสตร์ ล้วนได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัลและพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์

สำหรับนักลงทุน การเลือกอสังหาริมทรัพย์ที่สอดคล้องกับแนวโน้มของธุรกิจ E-commerce ไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากการปล่อยเช่า แต่ยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการเติบโตของมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว โดยเฉพาะทรัพย์สินที่อยู่ในทำเลซึ่งเชื่อมต่อกับระบบโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการก็ควรให้ความสำคัญกับการเลือกทำเลที่สามารถรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต ทั้งด้านการขนส่ง การเข้าถึงลูกค้า และการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการบริหารจัดการ เพราะปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในยุคที่การค้าออนไลน์ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

หากคุณกำลังมองหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อรองรับธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นโกดัง โรงงาน อาคารพาณิชย์ หรือที่ดินในทำเลยุทธศาสตร์ สามารถค้นหาประกาศซื้อ ขาย และเช่าได้ที่เว็บไซต์ 9asset.com ซึ่งรวบรวมอสังหาริมทรัพย์หลากหลายประเภทจากทั่วประเทศ เพื่อช่วยให้คุณเปรียบเทียบทำเล ราคา และเลือกทรัพย์สินที่เหมาะกับเป้าหมายการลงทุนหรือการดำเนินธุรกิจได้ง่ายยิ่งขึ้นขอ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ E-commerce โตไม่หยุด อสังหาริมทรัพย์ประเภทไหนได้อานิสงส์มากที่สุดในปี 2026

A: มีแนวโน้มส่งผลดีในระยะยาว เนื่องจากการซื้อขายออนไลน์ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากพฤติกรรมผู้บริโภค การพัฒนาเทคโนโลยี และการขยายตัวของธุรกิจโลจิสติกส์ ส่งผลให้ความต้องการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการจัดเก็บ การผลิต และการกระจายสินค้ายังคงเพิ่มขึ้น

A: สามารถลงทุนได้ โดยอาจเริ่มจากการลงทุนในอาคารพาณิชย์ โกดังขนาดเล็ก หรือที่ดินในทำเลที่มีศักยภาพด้านโลจิสติกส์ รวมถึงการลงทุนผ่านกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ที่เน้นสินทรัพย์ด้านคลังสินค้าและอุตสาหกรรม

A: หากธุรกิจยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นหรือมีปริมาณคำสั่งซื้อที่ยังไม่แน่นอน การเช่าโกดังมักมีความยืดหยุ่นและใช้เงินลงทุนเริ่มต้นน้อยกว่า แต่หากธุรกิจมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีแผนดำเนินงานระยะยาว การซื้ออาจช่วยลดต้นทุนในอนาคตและสร้างสินทรัพย์ให้กับธุรกิจ

A: ทำเลที่อยู่ใกล้ทางด่วน มอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวน สนามบิน หรือศูนย์กลางเมือง จะช่วยลดระยะเวลาในการขนส่งและรองรับการจัดส่งแบบ Same-day หรือ Next-day Delivery ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นทำเลที่ธุรกิจ E-commerce ให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ

A: ควรศึกษาทิศทางการเติบโตของธุรกิจ E-commerce แนวโน้มด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ความต้องการของผู้เช่าในแต่ละพื้นที่ รวมถึงอัตราการเติบโตของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์แต่ละประเภท เพื่อประเมินว่าการลงทุนสอดคล้องกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้หรือไม่

รายการทรัพย์แนะนำ

ให้เช่าโกดัง-คลังสินค้า

ให้เช่าโกดัง-คลังสินค้า

- บาท

1 อาคาร
2 ชั้น
800 ตร.ม.

ให้เช่าโกดัง 800 ตร.ม. มีออฟฟิศ 2 ชั้น ถ. พระราม 2 ท่าทราย สมุทรสาคร

ให้เช่าโกดังพร้อมออฟฟิศ2ชั้นมีดาดฟ้าตำบลท่าทราย สมุทรสาคร ห่างจากถนนพระราม 2 เพียง 600 เมตร รถเทรลเลอร์เข้า-ออกได้ ราคาเช่า 80,000 บาท / เดือน ( สัญญาขั้นต่ำ 3 ปี ประกัน 3 เดือน ล่วงหน้า 1 เดือน ) ที่ตั้ง ถนนพระราม 2 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ติดต่อ : คุณภัสพงณ์ ********** Line : ******** https://www.facebook.com/profile.php?id=**********5548 เนื้อที่ 1 ไร่ พื้นที่โกดัง 800 ตารางเมตร ความสูงโกดัง 10 เมตร ออฟฟิศ 2 ชั้น มีดาดฟ้า 4 ห้องน้ำ รองรับน้ำหนักได้ 10 ตันต่อตารางเมตร ประตูม้วนรีโมทไฟฟ้าอัตโนมัติ ระบบไฟฟ้า 3 เฟส รถเทรลเลอร์สามารถเข้า-ออกได้สะดวก จุดเด่น โกดังขนาดใหญ่ ทำเลดีในพื้นที่ท่าทราย จังหวัดสมุทรสาคร ห่างจากถนนพระราม 2 เพียง 600 เมตร เหมาะสำหรับใช้เป็นคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า โรงงานขนาดเล็ก หรือธุรกิจด้านโลจิสติกส์ รองรับการใช้งานได้หลากหลาย สถานที่ใกล้เคียง - ถนนพระราม 2 - ตลาดมหาชัยเมืองใหม่ - นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร - เซ็นทรัล มหาชัย - Porto Chino - โรงพยาบาลสมุทรสาคร - ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร การเดินทางสะดวก - ถนนพระราม 2 - ถนนเอกชัย - ถนนเศรษฐกิจ 1 - ถนนเศรษฐกิจ 2 - ทางพิเศษเฉลิมมหานคร - ทางหลวงพิเศษหมายเลข 35 ( มอเตอร์เวย์สายบางขุนเทียน - บ้านแพ้ว ) ราคาเช่า 80,000 บาท / เดือน ( สัญญาขั้นต่ำ 3 ปี ประกัน 3 เดือน ล่วงหน้า 1 เดือน ) ที่ตั้ง ถนนพระราม 2 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ติดต่อ : คุณภัสพงณ์ ********** Line : ******** https://www.facebook.com/profile.php?id=**********5548 PL. Real Estate Broker http://www.kaibaanteedin.com บริการรับฝากขาย คอนโด บ้าน ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ทุกชนิด RK1904 ดช

Google Map
ต.ท่าทราย อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร 74000587 เมตร ถึง ห้างโลตัสมหาชัย
ให้เช่าโกดัง-คลังสินค้า

ให้เช่าโกดัง-คลังสินค้า

- บาท

1 อาคาร
1 ชั้น
840 ตร.ม.

ให้เช่าโกดัง 840 ตร.ม. พร้อมออฟฟิศ ถนนกิ่งแก้ว 25-1 ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ

ให้เช่าโกดังพร้อมออฟฟิศ ติดถนนกิ่งแก้ว 25/1 เขตพื้นที่สีแดง ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ รถเทรลเลอร์เข้า-ออกสะดวก ราคาเช่า 118,000 บาท / เดือน ( ต่อรองได้ ) ( สัญญาขั้นต่ำ 3 ปี ประกัน 3 เดือน ล่วงหน้า 1 เดือน ) ที่ตั้ง ถนนกิ่งแก้ว ซอยกิ่งแก้ว 25/1 ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540 ติดต่อ : คุณภัสพงณ์ ********** Line : ******** https://www.facebook.com/profile.php?id=**********5548 พื้นที่รวม 840 ตารางเมตร มีหอพักสำหรับพนักงาน จำนวน 10 ห้อง และพื้นที่จอดรถมากกว่า 10 คัน ประตูโกดังสูง 10 เมตร กว้าง 6 เมตร มีตาชั่งขนาด 100 ตัน จำนวน 1 ตัว รองรับน้ำหนักได้ 10 ตันต่อตารางเมตร รถเทรลเลอร์เข้า-ออกได้สะดวก ประตูสแตนเลสใช้รีโมทคอนโทรล พร้อมป้อมยามรักษาการ ระบบไฟฟ้า 3 เฟส จุดเด่น โกดังพร้อมออฟฟิศทำเลดี ติดถนนกิ่งแก้ว 25/1 อยู่ในเขตพื้นที่สีแดง เหมาะสำหรับใช้เป็นคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า โรงงานขนาดเล็ก หรือธุรกิจด้านโลจิสติกส์ รองรับรถบรรทุกและรถเทรลเลอร์ได้อย่างสะดวก สถานที่ใกล้เคียง - สนามบินสุวรรณภูมิ ระยะประมาณ 2 กิโลเมตร - คลังสินค้าลาดกระบัง ระยะประมาณ 10 กิโลเมตร - ท่าเรือคลองเตย ระยะประมาณ 20 กิโลเมตร - นิคมอุตสาหกรรมอัญธานี (เจโมโปลิส) - เมกา บางนา - ตลาดกิ่งแก้ว - โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต การเดินทางสะดวก - ถนนกิ่งแก้ว - ซอยกิ่งแก้ว 25/1 - ถนนบางนา-ตราด - ถนนลาดกระบัง - ทางพิเศษบูรพาวิถี - มอเตอร์เวย์กรุงเทพ-ชลบุรี - สนามบินสุวรรณภูมิ ราคาเช่า 118,000 บาท / เดือน ( ต่อรองได้ ) ( สัญญาขั้นต่ำ 3 ปี ประกัน 3 เดือน ล่วงหน้า 1 เดือน ) ที่ตั้ง ถนนกิ่งแก้ว ซอยกิ่งแก้ว 25/1 ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540 ติดต่อ : คุณภัสพงณ์ ********** Line : ******** https://www.facebook.com/profile.php?id=**********5548 PL. Real Estate Broker http://www.kaibaanteedin.com บริการรับฝากขาย คอนโด บ้าน ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ทุกชนิด T26-958

Google Map
ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 105401.3 กม. ถึง ARL สุวรรณภูมิ (A1)
ให้เช่าโกดัง-คลังสินค้า

ให้เช่าโกดัง-คลังสินค้า

- บาท

1 อาคาร
1 ชั้น
846 ตร.ม.

ให้เช่าโกดัง 846 ตร.ม. ถนนเทพารักษ์ ซอยบางปลา พร้อมเครน 5 ตัน ใกล้ตลาดนัดเรือบิน

ให้เช่าโกดัง ซอยบางปลา 65 ติดถนนเทพารักษ์ พร้อมเครน 5 ตัน จำนวน 2 ตัว ทำเลดีมาก ใกล้ตลาดนัดเรือบิน ราคาเช่า 135,360 บาท / เดือน ( 160 บาท / ตารางเมตร ) ( สัญญาขั้นต่ำ 3 ปี ประกัน 3 เดือน ล่วงหน้า 1 เดือน ) ที่ตั้ง หมู่ 9 ถนนเทพารักษ์ ซอยบางปลา 65 ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540 ติดต่อ : คุณภัสพงณ์ ********** Line : ******** https://www.facebook.com/profile.php?id=**********5548 พื้นที่รวม 846 ตารางเมตร ขนาดกว้าง 15 เมตร ลึก 56.4 เมตร มีเครนจำนวน 2 ตัว ขนาด 5 ตัน / ตัว ติดถนน มีที่จอดรถให้ พื้นที่สีเหลือง โดยบริเวณใกล้เคียงมีกิจการโรงงานและโกดังหลายแห่ง จุดเด่น โกดังทำเลดีมาก ติดถนนเทพารักษ์ พร้อมเครนขนาด 5 ตัน จำนวน 2 ตัว อยู่ในย่านอุตสาหกรรมและคลังสินค้าที่มีโรงงานและโกดังตั้งอยู่หลายแห่ง เหมาะสำหรับใช้เป็นโรงงานขนาดเล็ก โกดังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า หรือธุรกิจที่ต้องมีการเคลื่อนย้ายสินค้าและเครื่องจักรหนัก สถานที่ใกล้เคียง - ตลาดนัดเรือบิน - ถนนเทพารักษ์ - นิคมอุตสาหกรรมบางพลี - ตลาดบางพลีซิตี้ - เมกา บางนา - สนามบินสุวรรณภูมิ - โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ การเดินทางสะดวก - ถนนเทพารักษ์ - ซอยบางปลา 65 - ถนนตำหรุ-บางพลี - ถนนบางนา-ตราด - ถนนกิ่งแก้ว - ทางพิเศษบูรพาวิถี - มอเตอร์เวย์กรุงเทพ-ชลบุรี ราคาเช่า 135,360 บาท / เดือน ( 160 บาท / ตารางเมตร ) ( สัญญาขั้นต่ำ 3 ปี ประกัน 3 เดือน ล่วงหน้า 1 เดือน ) ที่ตั้ง หมู่ 9 ถนนเทพารักษ์ ซอยบางปลา 65 ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540 ติดต่อ : คุณภัสพงณ์ ********** Line : ******** https://www.facebook.com/profile.php?id=**********5548 PL. Real Estate Broker http://www.kaibaanteedin.com บริการรับฝากขาย คอนโด บ้าน ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ทุกชนิด T26-956

Google Map
ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 105403.8 กม. ถึง ม.หัวเฉียว เฉลิมพระเกียรติ
ให้เช่าโกดัง-คลังสินค้า

ให้เช่าโกดัง-คลังสินค้า

- บาท

1 อาคาร
1 ชั้น
777 ตร.ม.

ให้เช่าโกดังโรงงานพื้นที่สีม่วงเข้ม777ตร.ม.ย่านคลองหลวงปทุมธานีใกล้นิคมนวนครตลาดไท

ให้เช่าโกดังโรงงานพื้นที่สีม่วงเข้ม777ตร.ม.ย่านคลองหลวงปทุมธานีใกล้นิคมนวนครตลาดไท ราคาเช่า 70,000 บาท / เดือน ( สัญญาขั้นต่ำ 3 ปี ประกัน 2 เดือน ล่วงหน้า 1 เดือน ) ที่ตั้ง ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ติดต่อ : คุณภัสพงณ์ ********** Line : ******** https://www.facebook.com/profile.php?id=**********5548 พื้นที่ใช้สอยรวม 777 ตารางเมตร จำนวน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องเก็บของ 1 ห้องอาบน้ำ พื้นที่ออฟฟิศสำนักงาน ขนาด 24 ตารางเมตร ( 4.8 x 5 เมตร ) พื้นที่ใช้สอยภายในอาคารโกดัง 345 ตารางเมตร ระยะเว้นด้านหน้าและด้านหลัง 6 เมตร ลงเสาเข็ม ระยะเว้นด้านข้างซ้าย-ขวา 3 เมตร หน้ากว้างที่ดิน 17.5 x 42 เมตร ภายในโกดังสูงโปร่ง อากาศถ่ายเทดี พื้นรับน้ำหนักได้ถึง 2 ตัน / ตารางเมตร ความสูงโกดัง 9 เมตร หน้ากว้างโกดัง 11.5 เมตร ความลึกโกดัง 30 เมตร ระบบไฟฟ้า 3 เฟส ถนนหน้าโครงการกว้าง 16 เมตร รถใหญ่ รถพ่วง และรถสิบล้อ - 24 ล้อ สามารถเข้า-ออกได้สะดวก จุดเด่น โกดังโรงงานตั้งอยู่ในเขตพื้นที่สีม่วงเข้ม ทำเลดีใกล้ถนนพหลโยธิน ใกล้นิคมนวนคร และตลาดไท เหมาะสำหรับใช้เป็นโรงงานผลิต โกดังสินค้า คลังสินค้า หรือหน้าร้าน พื้นที่กว้าง รองรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ และระบบไฟฟ้า 3 เฟส สถานที่ใกล้เคียง - ตลาดไท ระยะประมาณ 5 กิโลเมตร - นิคมนวนคร ระยะประมาณ 3 กิโลเมตร - โรงพยาบาลนวนคร ปทุมธานี ระยะประมาณ 1.2 กิโลเมตร การเดินทางสะดวก - ถนนพหลโยธิน - ถนนคลองหลวง - ถนนเลียบคลองหลวง - ถนนกาญจนาภิเษก - ทางด่วนอุดรรัถยา - มอเตอร์เวย์บางปะอิน - บางพลี หมายเหตุ - ค่าไฟฟ้ายูนิตละ 10 บาท - ค่าน้ำประปาชำระตามจริงตามอัตรา กปน. ประเภทธุรกิจ ราคาเช่า 70,000 บาท / เดือน ( สัญญาขั้นต่ำ 3 ปี ประกัน 2 เดือน ล่วงหน้า 1 เดือน ) ที่ตั้ง ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ติดต่อ : คุณภัสพงณ์ ********** Line : ******** https://www.facebook.com/profile.php?id=**********5548 PL. Real Estate Broker http://www.kaibaanteedin.com บริการรับฝากขาย คอนโด บ้าน ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ทุกชนิด

Google Map
ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120604 เมตร ถึง ม.ธรรมศาสตร์รังสิต

โครงการแนะนำ

อาณา อิสรภาพ

อาณา อิสรภาพ

186 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2573
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
ซ.อิสรภาพ 15 ถ.อิสรภาพ แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี จ.กรุงเทพฯ 10600
โนเบิล เอ็มเมอร์ส พร้อมพงษ์

โนเบิล เอ็มเมอร์ส พร้อมพงษ์

358 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2572
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
แขวงคลองตัน เขตคลองเตย จ.กรุงเทพฯ 10110
เทตต์ พัทยา

เทตต์ พัทยา

311 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2572
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
ถ.พัทยากลาง ต.เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ อโศก

อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ อโศก

88 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2572
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
ซ.สุขุมวิท 16 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย จ.กรุงเทพฯ 10110
อเวนิว บูติก คอนโดมิเนียม

อเวนิว บูติก คอนโดมิเนียม

276 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2572
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
ถนน สายบุญสัมพันธ์ ซอยบัวขาว 15 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
สกายพาร์ค ลูเชี่ยน จอมเทียน พัทยา

สกายพาร์ค ลูเชี่ยน จอมเทียน พัทยา

899 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2572
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
66 หมู่ 12 ต.เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
เดอะ ริเวียร่า แคลิฟอร์เนีย พัทยา

เดอะ ริเวียร่า แคลิฟอร์เนีย พัทยา

122 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2572
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
392/68 ถ.พัทยาใต้ ต.เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
วันซ์ วงศ์อมาตย์

วันซ์ วงศ์อมาตย์

548 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2572
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
ซอยนาเกลือ 33 ถนนนาเกลือ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
ไวด์เด็น บาย แสนสิริ

ไวด์เด็น บาย แสนสิริ

215 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2571
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
8/11 ถ.นางลิ้นจี่ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร จ.กรุงเทพฯ 10120
มาร์ควิส พญาไท

มาร์ควิส พญาไท

380 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2571
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
ถ.พญาไท แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี จ.กรุงเทพฯ 10400
ซี สไปร์ จอมเทียน

ซี สไปร์ จอมเทียน

451 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2571
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
299 ต.เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
บีท ป๊อป รัชดา-เกษตร

บีท ป๊อป รัชดา-เกษตร

558 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2571
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
ถ.ประเสริฐมนูกิจ แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร จ.กรุงเทพฯ 10900