Longevity Living คืออะไร? โอกาสใหม่ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในยุคสังคมสูงวัย

เผยแพร่ :01.8.2026 13:03
ปรับปรุง :02.8.2026 23:48
ผู้เขียน :Woranita Hunjin
แชร์:  
Longevity Living คืออะไร? โอกาสใหม่ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในยุคสังคมสูงวัย

การมีอายุยืนอาจไม่ใช่เป้าหมายเพียงอย่างเดียวของการใช้ชีวิตในอนาคต เพราะสิ่งที่ผู้คนให้ความสำคัญมากขึ้น คือการมีสุขภาพที่ดี ดูแลตัวเองได้ และยังคงใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระเมื่ออายุมากขึ้น แนวคิดนี้กำลังเข้ามามีบทบาทต่อการออกแบบบ้าน คอนโด และชุมชน จนนำไปสู่รูปแบบการอยู่อาศัยที่เรียกว่า Longevity Living

Longevity Living ไม่ได้หมายถึงบ้านพักสำหรับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่เป็นแนวคิดที่ผสานการออกแบบที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพ ความปลอดภัย เทคโนโลยี บริการด้านสุขภาพ และพื้นที่สร้างความสัมพันธ์ภายในชุมชนเข้าด้วยกัน เพื่อให้บ้านสามารถรองรับความต้องการของผู้อยู่อาศัยที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงวัย

แนวคิดนี้ยิ่งได้รับความสนใจเมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย ครอบครัวมีขนาดเล็กลง และผู้คนเริ่มวางแผนสุขภาพกับชีวิตหลังเกษียณเร็วขึ้น ที่อยู่อาศัยในอนาคตจึงต้องตอบโจทย์มากกว่าความสวยงามหรือทำเลเพียงอย่างเดียว แต่ควรช่วยลดอุปสรรคในการใช้ชีวิต ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย และทำให้เข้าถึงบริการจำเป็นได้สะดวก

การเติบโตของ Longevity Living ยังสร้างโอกาสใหม่ให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ตั้งแต่การพัฒนาบ้านและคอนโดรูปแบบใหม่ ไปจนถึงการรีโนเวตที่อยู่อาศัยเดิมให้รองรับการใช้ชีวิตระยะยาว บทความนี้ 9asset จะพาไปทำความเข้าใจว่า Longevity Living คืออะไร แตกต่างจาก Wellness Living อย่างไร บ้านและคอนโดควรมีองค์ประกอบแบบไหน รวมถึงทำเลใดที่เหมาะกับการอยู่อาศัยตามแนวคิดนี้

Longevity Living คืออะไร ทำไมจึงกลายเป็นเทรนด์ที่อยู่อาศัยใหม่

Longevity Living คือแนวคิดการอยู่อาศัยที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนให้ผู้อยู่อาศัยมีสุขภาพที่ดี ใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระ และรักษาคุณภาพชีวิตไว้ได้นานที่สุด โดยไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการมีอายุยืน แต่ให้ความสำคัญกับการมีชีวิตที่แข็งแรง ปลอดภัย และสามารถทำกิจกรรมที่ต้องการได้ในทุกช่วงวัย

แนวคิดนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบ้านพักหรืออสังหาริมทรัพย์ผู้สูงอายุ แต่สามารถนำมาใช้กับบ้าน คอนโด และโครงการที่อยู่อาศัยทั่วไปได้ โดยผสานองค์ประกอบสำคัญหลายด้านเข้าด้วยกัน เช่น การออกแบบที่ทุกวัยใช้งานได้ สภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาพ เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย พื้นที่ออกกำลังกาย และบริการที่สามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการของผู้อยู่อาศัยในอนาคต

หัวใจสำคัญของ Longevity Living คือการวางแผนที่อยู่อาศัยให้รองรับการเปลี่ยนแปลงตลอดช่วงชีวิต เช่น ทางเดินที่ไม่มีระดับต่าง ห้องน้ำที่ลดความเสี่ยงจากการลื่นล้ม ประตูที่รองรับรถเข็น ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางที่ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยได้ออกกำลังกาย พบปะผู้คน และมีส่วนร่วมกับชุมชนอย่างสม่ำเสมอ

เหตุผลที่แนวคิดนี้ได้รับความสนใจมากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการเข้าสู่สังคมสูงวัยของประเทศไทย ประกอบกับครอบครัวมีขนาดเล็กลงและผู้คนเริ่มวางแผนชีวิตหลังเกษียณเร็วขึ้น ผู้ซื้อจึงไม่ได้มองหาที่อยู่อาศัยที่สวยงามหรือเดินทางสะดวกเท่านั้น แต่ยังต้องการบ้านที่สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ แม้สุขภาพหรือความสามารถทางร่างกายจะเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต

นอกจากนี้ คนวัยทำงานและครอบครัวยุคใหม่ยังให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น ส่งผลให้ที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพ ซึ่งมีแสงธรรมชาติ อากาศถ่ายเท พื้นที่สีเขียว ระบบกรองอากาศ และพื้นที่สำหรับกิจกรรมทางกาย กลายเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์

ในมุมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ Longevity Living จึงเป็นมากกว่าการพัฒนาโครงการสำหรับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นแนวทางออกแบบบ้านและชุมชนให้ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยหลายวัย พร้อมสร้างความแตกต่างจากโครงการทั่วไป ผู้พัฒนาสามารถต่อยอดได้ทั้งในรูปแบบบ้าน คอนโด โครงการแบบ Mixed-use ตลอดจนการรีโนเวตที่อยู่อาศัยเดิมให้รองรับการใช้ชีวิตระยะยาว


Longevity Living กับ Wellness Living ต่างกันอย่างไร?


Longevity Living และ Wellness Living เป็นแนวคิดการอยู่อาศัยที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตเหมือนกัน จึงอาจทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นรูปแบบเดียวกัน แต่เมื่อพิจารณาในบริบทของอสังหาริมทรัพย์ ทั้งสองแนวคิดมีเป้าหมายและระยะเวลาในการวางแผนที่แตกต่างกัน

Wellness Living มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพกายและใจในชีวิตประจำวัน เช่น การมีอากาศที่สะอาด แสงธรรมชาติ พื้นที่สีเขียว ห้องออกกำลังกาย อาหารเพื่อสุขภาพ และพื้นที่สำหรับการพักผ่อน ส่วน Longevity Living จะขยายแนวคิดเหล่านี้ไปสู่การวางแผนระยะยาว เพื่อให้ที่อยู่อาศัยสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย สุขภาพ และรูปแบบการใช้ชีวิตเมื่ออายุมากขึ้น

หัวข้อเปรียบเทียบ

Longevity Living

Wellness Living

เป้าหมายหลัก

สนับสนุนการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพและใช้ชีวิตได้อย่างเป็นอิสระ

ส่งเสริมสุขภาวะทางกาย ใจ และสังคมในชีวิตประจำวัน

ระยะเวลาที่ให้ความสำคัญ

วางแผนให้บ้านรองรับการเปลี่ยนแปลงตลอดช่วงชีวิต

เน้นสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพในปัจจุบัน

กลุ่มผู้อยู่อาศัย

คนทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่วางแผนวัยเกษียณและการอยู่อาศัยระยะยาว

ผู้ที่สนใจสุขภาพ การพักผ่อน และไลฟ์สไตล์แบบ Wellness

แนวทางการออกแบบ

Universal Design พื้นที่ปรับเปลี่ยนได้ และระบบลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ

แสงธรรมชาติ คุณภาพอากาศ พื้นที่สีเขียว และการออกแบบที่ช่วยลดความเครียด

เทคโนโลยี

ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน Smart Home และอุปกรณ์ช่วยดูแลความปลอดภัย

ระบบควบคุมอากาศ แสง เสียง และสิ่งแวดล้อมภายในบ้าน

บริการภายในโครงการ

การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การฟื้นฟู และบริการที่เพิ่มระดับได้ตามความจำเป็น

Fitness กิจกรรมสุขภาพ อาหาร โภชนาการ และพื้นที่พักผ่อน

ความยืดหยุ่นระยะยาว

เน้นให้บ้านปรับตามอายุและความสามารถของผู้อยู่อาศัย

เน้นสิ่งอำนวยความสะดวกที่สนับสนุนไลฟ์สไตล์สุขภาพดี

แม้จะมีความแตกต่าง แต่โครงการหนึ่งสามารถผสมผสานทั้งสองแนวคิดเข้าด้วยกันได้ เช่น คอนโดที่มีพื้นที่สีเขียว ระบบกรองอากาศ และห้องออกกำลังกายตามแนวทาง Wellness Living พร้อมออกแบบพื้นเรียบ ห้องน้ำปลอดภัย ระบบฉุกเฉิน และพื้นที่รองรับรถเข็นตามแนวคิด Longevity Living

การผสานแนวคิดทั้งสองด้านช่วยให้ที่อยู่อาศัยไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะสุขภาพในวันนี้ แต่ยังรองรับการใช้ชีวิตในอนาคตได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อควรตรวจสอบว่าบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการนำเสนอสามารถใช้งานได้จริง มีผู้ดูแลที่เหมาะสม และมีค่าใช้จ่ายระยะยาวอยู่ในระดับที่รับได้หรือไม่


บ้านและคอนโดแบบ Longevity Living ควรมีองค์ประกอบอะไรบ้าง?

บ้านและคอนโดแบบ Longevity Living ควรออกแบบให้รองรับการใช้ชีวิตได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเป็นอิสระในระยะยาว ไม่ใช่เพียงเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงสุขภาพกาย สุขภาพใจ และการเปลี่ยนแปลงของผู้อยู่อาศัยในทุกช่วงวัย

องค์ประกอบสำคัญที่ควรมี ได้แก่

การออกแบบที่ทุกวัยใช้งานได้

พื้นที่ภายในควรยึดหลัก Universal Design เพื่อให้เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวสามารถใช้งานร่วมกันได้ เช่น

  • พื้นเรียบและลดระดับต่างระหว่างห้อง

  • ประตูและทางเดินมีความกว้างเพียงพอ

  • มีทางลาดหรือลิฟต์สำหรับอาคารหลายชั้น

  • ตำแหน่งสวิตช์ ปลั๊ก และอุปกรณ์ต่าง ๆ ใช้งานง่าย

  • พื้นที่สามารถปรับเปลี่ยนได้เมื่อสมาชิกมีความต้องการต่างไปจากเดิม

ห้องน้ำและพื้นที่เสี่ยงต้องปลอดภัย

ห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสเกิดการลื่นล้มได้ง่าย การออกแบบจึงควรประกอบด้วย

  • พื้นกันลื่นและไม่มีธรณีประตูสูง

  • ราวจับบริเวณโถสุขภัณฑ์และพื้นที่อาบน้ำ

  • พื้นที่เพียงพอสำหรับผู้ช่วยดูแลหรือรถเข็น

  • แสงสว่างชัดเจนและสวิตช์อยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงง่าย

  • ระบบระบายน้ำที่ดี เพื่อลดน้ำขังบนพื้น

สภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาพ

ที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพควรช่วยลดปัจจัยที่ส่งผลเสียต่อร่างกายและจิตใจ พร้อมสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการพักผ่อนและทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น

  • มีแสงธรรมชาติและอากาศถ่ายเท

  • ควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และคุณภาพอากาศ

  • ลดเสียงรบกวนจากภายนอก

  • มีพื้นที่สีเขียวหรือมองเห็นธรรมชาติ

  • มีทางเดินและพื้นที่ออกกำลังกายที่ปลอดภัย

เทคโนโลยีที่ใช้งานง่ายและช่วยเพิ่มความปลอดภัย

เทคโนโลยีภายในโครงการควรช่วยให้ผู้อยู่อาศัยใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้นโดยไม่ซับซ้อนเกินไป เช่น

  • ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินภายในห้องพัก

  • Smart Home สำหรับควบคุมแสง อุณหภูมิ และประตู

  • เซนเซอร์ตรวจจับควัน แก๊ส หรือความผิดปกติ

  • ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

  • ระบบติดต่อเจ้าหน้าที่หรือสมาชิกในครอบครัวได้อย่างรวดเร็ว

การติดตั้งระบบติดตามสุขภาพหรือเซนเซอร์ตรวจจับการล้มควรคำนึงถึงความยินยอมและความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัยควบคู่กัน

พื้นที่ส่วนกลางที่ช่วยให้เกิดกิจกรรมและความสัมพันธ์

การมีสุขภาพดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับพื้นที่ภายในห้องพักเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโอกาสในการออกกำลังกาย พบปะผู้คน และมีส่วนร่วมกับชุมชน โครงการจึงควรมีพื้นที่ เช่น

  • ห้องออกกำลังกายสำหรับหลายช่วงวัย

  • สวนและทางเดินที่มีจุดพักเป็นระยะ

  • ห้องทำกิจกรรมและพื้นที่พบปะสังสรรค์

  • Co-working Space หรือพื้นที่สำหรับเรียนรู้

  • พื้นที่รองรับครอบครัวและกิจกรรมระหว่างคนต่างวัย

บริการสุขภาพที่เข้าถึงได้

โครงการแบบ Longevity Living ไม่จำเป็นต้องมีโรงพยาบาลอยู่ภายใน แต่ควรเชื่อมต่อกับบริการสุขภาพที่น่าเชื่อถือและเข้าถึงได้สะดวก เช่น

  • บริการตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน

  • โปรแกรมออกกำลังกายและฟื้นฟูร่างกาย

  • คำแนะนำด้านอาหารและโภชนาการ

  • พันธมิตรกับโรงพยาบาล คลินิก หรือผู้ให้บริการดูแล

  • บริการช่วยเหลือที่สามารถเพิ่มระดับได้เมื่อสุขภาพเปลี่ยนแปลง

สรุปก็คือ บ้านและคอนโดแบบ Longevity Living ควรผสานการออกแบบที่ทุกวัยใช้งานได้ ความปลอดภัย สภาพแวดล้อมเพื่อสุขภาพ เทคโนโลยี พื้นที่ทางสังคม และบริการที่เข้าถึงง่ายเข้าด้วยกัน หัวใจสำคัญไม่ใช่การทำให้ที่อยู่อาศัยมีลักษณะเหมือนสถานพยาบาล แต่เป็นการสร้างบ้านที่น่าอยู่และสามารถปรับตัวตามความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้ตลอดช่วงชีวิต

ทำเลแบบไหนเหมาะกับการใช้ชีวิตแบบ Longevity Living


การเลือกทำเลสำหรับ Longevity Living ควรมองไกลกว่าความสะดวกในปัจจุบัน เพราะเมื่ออายุ สุขภาพ หรือความสามารถในการเดินทางเปลี่ยนไป สภาพแวดล้อมรอบบ้านจะมีผลต่อการใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระโดยตรง ทำเลที่เหมาะจึงควรช่วยให้เข้าถึงบริการจำเป็น ทำกิจกรรมได้อย่างปลอดภัย และยังคงมีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัวและชุมชน

ลักษณะของทำเลที่ควรพิจารณา มีดังนี้

  • ใกล้โรงพยาบาลและบริการสุขภาพ ควรเดินทางไปโรงพยาบาล คลินิก ร้านขายยา หรือศูนย์ฟื้นฟูได้สะดวก โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ติดโรงพยาบาล แต่ควรเข้าถึงได้รวดเร็วเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

  • เดินทางสะดวกและมีตัวเลือกหลากหลาย ทำเลควรเชื่อมต่อถนนหลัก รถไฟฟ้า รถโดยสาร หรือบริการรับส่งได้ง่าย เพื่อรองรับวันที่ผู้อยู่อาศัยไม่สะดวกขับรถด้วยตนเอง

  • ใกล้บริการที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ซูเปอร์มาร์เก็ต ตลาด ร้านอาหาร ธนาคาร และร้านขายยาควรอยู่ในระยะที่เข้าถึงได้สะดวก ช่วยลดการเดินทางไกลและเพิ่มความเป็นอิสระในการใช้ชีวิต

  • มีทางเดินที่ปลอดภัย ทางเท้าควรเรียบ มีแสงสว่าง จุดข้ามถนนที่ปลอดภัย และจุดพักเป็นระยะ เพื่อให้คนทุกวัยสามารถเดินหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งได้อย่างมั่นใจ

  • มีพื้นที่สีเขียวและมลภาวะไม่สูงเกินไป สวนสาธารณะ ทางเดินออกกำลังกาย และสภาพแวดล้อมที่มีเสียงหรือฝุ่นน้อย ช่วยส่งเสริมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ

  • มีชุมชนและกิจกรรมทางสังคม ทำเลที่มีพื้นที่ส่วนกลาง ศูนย์กิจกรรม วัด สถานศึกษา หรือชุมชนที่เข้มแข็ง ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยพบปะผู้คนและลดความรู้สึกโดดเดี่ยว

  • อยู่ใกล้ครอบครัวหรือเครือข่ายช่วยเหลือ สำหรับผู้ที่วางแผนอยู่อาศัยระยะยาว ควรพิจารณาระยะทางจากบ้านของลูกหลาน ญาติ หรือผู้ดูแล เพื่อให้สามารถเดินทางมาหากันได้สะดวกเมื่อจำเป็น

  • ปลอดภัยจากความเสี่ยงของพื้นที่ ควรตรวจสอบปัญหาน้ำท่วม การจราจรหนาแน่น ทางลาดชัน ความเปลี่ยว และระยะเวลาเดินทางไปสถานพยาบาลในช่วงเร่งด่วน ไม่ควรพิจารณาเฉพาะบรรยากาศในวันเข้าชมโครงการ

สำหรับบ้านและคอนโดแบบ Longevity Living ทำเลในเมืองอาจได้เปรียบเรื่องโรงพยาบาลและระบบขนส่ง ขณะที่ทำเลชานเมืองอาจมีพื้นที่สีเขียวและความสงบมากกว่า จึงไม่มีทำเลรูปแบบเดียวที่เหมาะกับทุกคน สิ่งสำคัญคือการเลือกพื้นที่ที่สอดคล้องกับสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ งบประมาณ และเครือข่ายการช่วยเหลือของผู้อยู่อาศัย

อ่านบทความอื่นที่น่าสนใจ:10 ทำเล Retirement Destination ยอดฮิตในไทย ที่มาพร้อมโอกาสลงทุนคอนโดและบ้านพัก



Longevity Living สร้างโอกาสอะไรให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์

การเข้าสู่สังคมสูงวัยและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ทำให้ Longevity Living กลายเป็นโอกาสใหม่ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ เพราะแนวคิดนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การสร้างบ้านสำหรับผู้สูงอายุ แต่สามารถนำไปพัฒนาบ้าน คอนโด โครงการ Mixed-use และชุมชนที่รองรับการอยู่อาศัยระยะยาวของคนหลายช่วงวัยได้

โอกาสสำคัญที่เกิดขึ้นกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ มีดังนี้

  • สร้างความแตกต่างจากโครงการทั่วไป การออกแบบตามหลัก Universal Design มีพื้นที่ส่งเสริมสุขภาพ และระบบความปลอดภัยที่ใช้งานได้จริง ช่วยเพิ่มจุดขายให้โครงการโดยไม่ต้องแข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว

  • ขยายฐานลูกค้าได้หลายช่วงวัย กลุ่มเป้าหมายไม่ได้มีเฉพาะผู้สูงอายุ แต่รวมถึงคนวัยทำงานที่วางแผนชีวิตหลังเกษียณ ครอบครัวหลายรุ่น และผู้ซื้อที่ต้องการที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพในระยะยาว

  • เพิ่มมูลค่าผ่านบริการต่อเนื่อง โครงการสามารถต่อยอดจากการขายหรือให้เช่าที่อยู่อาศัย ไปสู่บริการดูแลสุขภาพ อาหาร การออกกำลังกาย การทำความสะอาด และระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน ซึ่งอาจสร้างรายได้ประจำให้แก่ผู้พัฒนาและผู้บริหารโครงการ

  • เปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือทางธุรกิจ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์สามารถร่วมมือกับโรงพยาบาล คลินิก บริษัทประกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ และผู้ให้บริการเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาบริการที่ครบวงจรและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้โครงการ

  • ต่อยอดตลาดบ้านและคอนโดมือสอง แนวคิด Longevity Living สามารถนำมาใช้กับการรีโนเวตทรัพย์เดิม เช่น ปรับพื้นต่างระดับ เพิ่มราวจับ ขยายทางเดิน หรือเพิ่มระบบ Smart Home ทำให้เกิดโอกาสในตลาดปรับปรุงบ้านสำหรับสังคมสูงวัย

  • ส่งเสริมการพัฒนาโครงการแบบ Mixed-use โครงการที่รวมที่อยู่อาศัย ร้านค้า พื้นที่สีเขียว บริการสุขภาพ และกิจกรรมทางสังคมไว้ในพื้นที่เดียวกัน สามารถช่วยลดภาระการเดินทางและตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันได้มากขึ้น

  • รองรับตลาดการพำนักระยะยาว ประเทศไทยมีศักยภาพด้านบริการสุขภาพและการใช้ชีวิต โครงการที่มีมาตรฐานด้านความปลอดภัย การเดินทาง และบริการครบถ้วนจึงอาจตอบโจทย์ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ต้องการพักอาศัยในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตามแนวคิดนี้มีความท้าทายทั้งเรื่องต้นทุนการก่อสร้าง บุคลากรเฉพาะทาง ค่าบริการรายเดือน และการรักษาคุณภาพบริการ ผู้พัฒนาจึงต้องศึกษากำลังซื้อของกลุ่มเป้าหมาย พร้อมออกแบบพื้นที่ให้ปลอดภัยและใช้งานง่ายโดยไม่ทำให้โครงการมีบรรยากาศเหมือนสถานพยาบาล


เช็กลิสต์เลือกบ้านหรือคอนโดแบบ Longevity Living


การเลือกบ้านหรือคอนโดตามแนวคิด Longevity Living ควรมองมากกว่าความสวยงามและสิ่งอำนวยความสะดวก เพราะที่อยู่อาศัยที่ดีควรรองรับทั้งสุขภาพ ความปลอดภัย และการเปลี่ยนแปลงของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว โดยสามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้จากเช็กลิสต์ต่อไปนี้

  • พื้นที่ภายในใช้งานได้สะดวกหรือไม่
    ควรมีพื้นเรียบ ทางเดินกว้าง ประตูเปิดง่าย และลดระดับต่างที่อาจทำให้สะดุดหรือลื่นล้ม

  • ห้องน้ำมีความปลอดภัยเพียงพอหรือไม่
    ตรวจสอบพื้นกันลื่น ราวจับ พื้นที่อาบน้ำ และขนาดห้องที่รองรับผู้ช่วยดูแลหรือรถเข็นได้

  • อาคารรองรับคนทุกวัยหรือไม่
    ควรมีลิฟต์ ทางลาด จุดพัก และพื้นที่ส่วนกลางที่เข้าถึงได้โดยไม่ต้องใช้บันไดเป็นหลัก

  • มีระบบช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือไม่
    เช่น ปุ่มขอความช่วยเหลือ ระบบแจ้งเตือน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และช่องทางติดต่อโรงพยาบาลหรือครอบครัว

  • สภาพแวดล้อมส่งเสริมสุขภาพหรือไม่
    ที่อยู่อาศัยควรมีแสงธรรมชาติ อากาศถ่ายเท พื้นที่สีเขียว ทางเดินออกกำลังกาย และพื้นที่พักผ่อนที่ปลอดภัย

  • ทำเลเข้าถึงบริการจำเป็นได้ง่ายหรือไม่
    ควรอยู่ใกล้โรงพยาบาล คลินิก ร้านขายยา ร้านค้า และระบบขนส่งที่ใช้งานได้สะดวก

  • มีพื้นที่และกิจกรรมทางสังคมหรือไม่
    พื้นที่พบปะ ห้องกิจกรรม หรือกิจกรรมภายในชุมชนช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสร้างความสัมพันธ์และลดความรู้สึกโดดเดี่ยว

  • บริการสุขภาพมีความน่าเชื่อถือหรือไม่
    ตรวจสอบว่าบริการดำเนินงานโดยบุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสม หรือมีความร่วมมือกับโรงพยาบาลและผู้ให้บริการสุขภาพที่ตรวจสอบได้

  • สามารถเพิ่มระดับการดูแลในอนาคตได้หรือไม่
    ควรสอบถามว่าหากสุขภาพเปลี่ยนแปลง จะสามารถเพิ่มบริการดูแล ฟื้นฟู หรือช่วยเหลือในชีวิตประจำวันได้มากน้อยเพียงใด

  • ค่าใช้จ่ายและเงื่อนไขชัดเจนหรือไม่
    ตรวจสอบราคาซื้อหรือค่าเช่า ค่าส่วนกลาง ค่าบริการสุขภาพ ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพื่อประเมินภาระระยะยาว

  • มีแผนบริหารและบำรุงรักษาระยะยาวหรือไม่
    โครงการควรมีผู้บริหารที่น่าเชื่อถือ พร้อมแผนดูแลอาคาร ระบบความปลอดภัย พื้นที่ส่วนกลาง และคุณภาพบริการอย่างต่อเนื่อง

  • เงื่อนไขการซื้อ เช่า และขายต่อเหมาะสมหรือไม่
    ควรอ่านสัญญาให้ละเอียด โดยเฉพาะเรื่องกรรมสิทธิ์ ระยะเวลาการเช่า การคืนเงิน การโอนสิทธิ และข้อจำกัดในการขายต่อ

สรุปแล้ว การเลือกบ้านหรือคอนโดแบบ Longevity Living ควรพิจารณาให้ครบทั้งการออกแบบ ความปลอดภัย ทำเล บริการสุขภาพ ค่าใช้จ่าย และการบริหารโครงการ ที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมไม่จำเป็นต้องมีเทคโนโลยีมากที่สุด แต่ควรช่วยให้ผู้อยู่อาศัยใช้ชีวิตได้สะดวก มีอิสระ และปรับตัวตามความต้องการในอนาคตได้อย่างแท้จริง


สรุป: Longevity Living คืออนาคตของการอยู่อาศัยหรือไม่

Longevity Living มีแนวโน้มเข้ามามีบทบาทต่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น เพราะตอบโจทย์ทั้งการเข้าสู่สังคมสูงวัยและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตในระยะยาว ที่อยู่อาศัยจึงไม่ได้มีหน้าที่เพียงรองรับการพักผ่อน แต่ต้องช่วยให้ผู้อยู่อาศัยทำกิจวัตรประจำวันได้สะดวกและเป็นอิสระแม้อายุเพิ่มขึ้น

แนวคิดนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ผู้สูงอายุ แต่สามารถนำไปใช้ได้กับบ้าน คอนโด และโครงการ Mixed-use สำหรับคนทุกวัย ตั้งแต่การออกแบบตามหลัก Universal Design การจัดพื้นที่สีเขียว ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับบริการสุขภาพและชุมชนโดยรอบ

ในมุมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ Longevity Living ยังช่วยสร้างความแตกต่างให้โครงการ เปิดโอกาสให้เกิดบริการใหม่ และเพิ่มมูลค่าให้กับที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนสิ่งอำนวยความสะดวกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมาจากทำเลที่เหมาะสม การออกแบบที่ใช้งานได้จริง ค่าใช้จ่ายที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย และการบริหารบริการอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาบ้านหรือคอนโดเพื่ออยู่อาศัยระยะยาว ควรพิจารณาทั้งความปลอดภัยภายในบ้าน การเดินทาง ความใกล้โรงพยาบาล พื้นที่สีเขียว และความสะดวกในการเข้าถึงบริการประจำวัน สามารถค้นหาและเปรียบเทียบอสังหาริมทรัพย์ในทำเลต่าง ๆ ผ่านเว็บไซต์ 9asset.com เพื่อประกอบการเลือกที่อยู่อาศัยให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และแผนชีวิตในอนาคต


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Longevity Living คืออะไร? โอกาสใหม่ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในยุคสังคมสูงวัย

A: โดยทั่วไป การซื้อหรือเช่าที่อยู่อาศัยอาจไม่จำเป็นต้องใช้ใบรับรองสุขภาพ แต่บางโครงการอาจมีการประเมินสุขภาพเบื้องต้น เพื่อจัดบริการและระดับการช่วยเหลือให้เหมาะกับผู้อยู่อาศัย ควรสอบถามเงื่อนไขของแต่ละโครงการก่อนทำสัญญา

A: ขึ้นอยู่กับรูปแบบห้องพัก จำนวนผู้อยู่อาศัยที่กำหนด และข้อบังคับของโครงการ บางแห่งรองรับครอบครัวหลายวัยหรือมีพื้นที่สำหรับผู้ดูแลโดยเฉพาะ จึงควรตรวจสอบค่าใช้จ่ายและเงื่อนไขการเข้าพักเพิ่มเติมให้ชัดเจน

A: อาจมีค่าบริการสุขภาพ ระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน อาหาร การทำความสะอาด รถรับส่ง กิจกรรม และบริการผู้ดูแล โดยควรขอรายละเอียดแยกเป็นรายเดือนหรือรายครั้ง เพื่อประเมินค่าใช้จ่ายระยะยาวได้อย่างรอบคอบ

A: ควรตรวจสอบว่าพื้นที่และระบบต่าง ๆ สามารถใช้งานได้จริง รวมถึงสอบถามผู้รับผิดชอบบริการ คุณสมบัติของบุคลากร ขั้นตอนช่วยเหลือฉุกเฉิน พันธมิตรด้านสุขภาพ ระยะเวลาการให้บริการ และมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ควรพิจารณาจากคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว

A: ควรสอบถามว่าสามารถเพิ่มบริการช่วยเหลือ การฟื้นฟู หรือผู้ดูแลได้หรือไม่ รวมถึงมีแนวทางประสานโรงพยาบาลหรือส่งต่อไปยังสถานดูแลเฉพาะทางอย่างไร เงื่อนไขเหล่านี้ควรระบุไว้ในสัญญาอย่างชัดเจนก่อนตัดสินใจ

รายการทรัพย์แนะนำ

ขายคอนโด - เอลลิโอ เดล เนสท์ - 5,500,000 บาท

ขายคอนโด

5,500,000 บาท

เอลลิโอ เดล เนสท์

2 นอน
2 น้ำ
52 ตร.ม.

ขายด่วน! คอนโด 2 ห้องนอน วิวสระสวย เอลลิโอ เดล เนส อุดมสุข (Elio Del Nest Udomsuk) ใกล้ BTS

ขายด่วน! คอนโด 2 ห้องนอน วิวสระสวย เอลลิโอ เดล เนส อุดมสุข (Elio Del Nest Udomsuk) ใกล้ BTS ราคาขาย: 5,500,000 บาท (สามารถต่อรองราคาได้) รายละเอียดห้อง: • รูปแบบห้อง: 2 ห้องนอน, 2 ห้องน้ำ, 1 ห้องนั่งเล่น, 1 โซนทานอาหาร, 1 ห้องครัว และ 1 ระเบียงใหญ่ • ขนาด: 52 ตารางเมตร • ตำแหน่ง: ชั้น 10 อาคาร D ห้องเลขที่ 759 • ทิศ/วิว: ทิศตะวันออก รับแสงแดดยามเช้า วิวสระว่ายน้ำสวยมาก • เฟอร์นิเจอร์: ตกแต่งครบ พร้อมเข้าอยู่ได้ทันที (Fully Furnished) จุดเด่นทำเล: • ห่างจากรถไฟฟ้า BTS อุดมสุข เพียง 650 เมตร • เดินทางสะดวกสบายด้วยบริการรถตู้รับ-ส่ง (Shuttle Bus) ของโครงการไปสถานีรถไฟฟ้า สนใจติดต่อสอบถามหรือนัดชมห้อง: โทร: 081-713-1812

Google Map
393 ถ.อุดมสุข แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา จ.กรุงเทพฯ 10260433 เมตร ถึง BTS อุดมสุข (E12)
มือสองราคาถูก
ขายคอนโด - Circle Condominium - 5,900,000 บาท

ขายคอนโด

5,900,000 บาท

Circle Condominium

1 นอน
1 น้ำ
47 ตร.ม.

ขายคอนโดโครงการ Circle ชั้น 30 1 ห้องนอน1 ห้องน้ำ 47ตารางเมตรพร้อมอยู่

ประกาศขายคอนโด 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 47 ตารางเมตรชั้น 30 ในโครงการ Circle Condominium ใกล้ถนนเพชรบุรีซอย 36 เฟอร์นิเจอร์ครบสภาพใหม่เอี่ยม รายการเฟอร์นิเจอร์มี ห้องรับแขก โซฟาตัว L โต๊ะกลาง ชั้นวางของ Built in ตู้คาร์บอเนต Built in ทีวี ผ้าม่าน 2 ชุด บริเวณห้องครัว โต๊ะทำข้าวพร้อมเก้าอี้ 2 ตัว ชุดครัวพร้อมตู้ Cabinet Built in เตาไฟฟ้า 2 หัว ครึ่งดูดควัน ท็อป อ่างล้างจาน ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ห้องนอน ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง เตียง ที่นอน โต๊ะข้างเตียง ผ้าห่มและผ้าปูที่นอน อุปกรณ์ในห้องน้ำ สุขภัณฑ์ครบเซ็ต กระจกกั้นห้องน้ำแยกแห้งและเปียก เครื่องทำน้ำร้อน กระจก ตู้ใต้อ่างล้างหน้า ราคาขาย 5,900,000 บาทค่าโอนคนละครึ่ง สนใจติดต่อ 081-713-1812

Google Map
เขตราชเทวี จ.กรุงเทพฯ 10400347 เมตร ถึง ARL มักกะสัน (A6)
ขายคอนโด - ลุมพินี วิลล์ สุขุมวิท 77 - 1,590,000 บาท

ขายคอนโด

1,590,000 บาท

ลุมพินี วิลล์ สุขุมวิท 77

1 นอน
1 น้ำ
22 ตร.ม.

ขายคอนโด ลุมพินี วิลล์ สุขุมวิท 77 2 Lumpini Ville Sukhumvit 772 ถนนสุขุมวิท77 อ่อนนุช ***ขายพร้อมคนเช่า ติดอ่อนนุช พลาซ

ขายคอนโด ลุมพินี วิลล์ สุขุมวิท 77 2 Lumpini Ville Sukhumvit 772 ถนนสุขุมวิท77 อ่อนนุช ***ขายพร้อมคนเช่า ติดอ่อนนุช พลาซ่า คอมมูนิตี้มอลล์ Onnut Plaza แหล่งของกิน ใกล้bts อ่อนนุช ขายราคา 1,590,000 บาท ค่าโอนค่าภาษีฝ่ายละครึ่ง ติดต่อ คุณช่อผกา โทร ********** LINE ********** สำรอง LINE ********** ส่งลิ้งก์ไว้ได้เลย - ขายคอนโด ลุมพินี วิลล์ สุขุมวิท 77 2 Lumpini Ville Sukhumvit 772 ถนนสุขุมวิท77 อ่อนนุช - ขนาด 22 ตาราเมตร - 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ - ตึกA2 (เอ 2) - อยู่ชั้น 3 (สูง 16 ชั้น) - ขายพร้อมคนเช่า - สิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ร้านสะดวกซื้อ เซเว่น-อีเลฟเว่น 7-11 ร้านอาหาร ร้านซัก อบ รีดสวนหย่อม สนามเด็กเล่น ประตู Key Card รปภ. และ CCTV 24 ชม. รถรับส่ง โครงการ-BTS อ่อนนุช (ค่าบริการ 20 บาท/คน/เที่ยว) ที่ตั้ง ถนนสุขุมวิท 77 (อ่อนนุช) แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม. ติดต่อ คุณช่อผกา ********** LINE ********** หากไม่รับสาย รบกวนขอความกรุณาลูกค้า @line ทิ้งรูปและข้อมูลไว้นะคะ PL. Real Estate Broker บริการรับฝากขาย คอนโด บ้าน ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ทุกชนิด

Google Map
615 ซ.อ่อนนุช 5 ถ.อ่อนนุช แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง จ.กรุงเทพฯ 10250558 เมตร ถึง BTS อ่อนนุช (E9)
ขายคอนโด - 1,690,000 บาท

ขายคอนโด

1,690,000 บาท

1 นอน
1 น้ำ
29 ตร.ม.

ขาย Double U Condo ลาดพร้าว-วังหิน ทำเลติดถนนลาดพร้าว-วังหิน

ขาย Double U Condo ลาดพร้าว-วังหิน ทำเลติดถนนลาดพร้าว-วังหิน ระหว่างซอย 46-48 ราคาเพียง 1,690,000 บาท Location : https://maps.app.goo.gl/UnCbqsDPQf8QdnDNA รายละเอียดห้อง - พื้นที่ 29 ตร.ม. - ชั้น 2 อาคาร B - 1 ห้องนอน - 1 ห้องน้ำ - 1 ห้องครัว - โซนนั่งเล่น / มุมทำงาน - ระเบียงซักล้าง เฟอร์นิเจอร์ครบ พร้อมเข้าอยู่ - เตียง 5 ฟุต พร้อมที่นอนใหม่ - ตู้เสื้อผ้าบิลท์อินขนาดใหญ่ - โต๊ะเครื่องแป้งบิลท์อิน - ตู้หัวเตียงบิลท์อิน - โซฟาเบด - โต๊ะรับประทานอาหารพับได้ พร้อมเก้าอี้ 4 ตัว - โต๊ะทำงานไม้แท้ สไตล์มูจิ เครื่องใช้ไฟฟ้า - เครื่องปรับอากาศ - ตู้เย็น - ไมโครเวฟ - เครื่องทำน้ำอุ่น - เครื่องซักผ้า - พัดลม - กาต้มน้ำไฟฟ้า สิ่งอำนวยความสะดวก - ฟิตเนส 2 โซน (เวท & คาร์ดิโอ) - สวนหย่อม - ระบบ Key Card - CCTV - รปภ. 24 ชั่วโมง จุดเด่น - โครงการติดถนนลาดพร้าว-วังหิน - เข้า-ออกได้หลายเส้นทาง - ฟรีที่จอดรถยนต์ 1 คัน - ฟรีที่จอดรถจักรยานยนต์ 1 คัน - ที่จอดรถรองรับจำนวนมาก - พร้อมเข้าอยู่ทันที สถานที่ใกล้เคียง - Plaza Lagoon & MaxValu - 7-Eleven - ตี๋น้อยสุกี้ - Subway - Lotus วังหิน - The Jas วังหิน - ตลาดโชคชัย 4 - MRT ภาวนา - MRT ลาดพร้าว - BTS รัชโยธิน - Central Festival EastVille - HomePro เอกมัย-รามอินทรา - มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ - มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม - โรงพยาบาลเปาโล โชคชัย 4 สนใจนัดชมห้อง โทร / Line ***-***-**** ***-***-**** #DoubleUCondo #คอนโดลาดพร้าววังหิน #คอนโดพร้อมอยู่ #คอนโดมือสอง #ลาดพร้าว #วังหิน #SuccessMarketing

Google Map
แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว จ.กรุงเทพฯ 102301.6 กม. ถึง MRT โชคชัย 4 (YL03)

โครงการแนะนำ

อาณา อิสรภาพ

อาณา อิสรภาพ

186 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2573
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
ซ.อิสรภาพ 15 ถ.อิสรภาพ แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี จ.กรุงเทพฯ 10600
โนเบิล เอ็มเมอร์ส พร้อมพงษ์

โนเบิล เอ็มเมอร์ส พร้อมพงษ์

358 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2572
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
แขวงคลองตัน เขตคลองเตย จ.กรุงเทพฯ 10110
เทตต์ พัทยา

เทตต์ พัทยา

311 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2572
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
ถ.พัทยากลาง ต.เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ อโศก

อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพ อโศก

88 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2572
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
ซ.สุขุมวิท 16 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย จ.กรุงเทพฯ 10110
อเวนิว บูติก คอนโดมิเนียม

อเวนิว บูติก คอนโดมิเนียม

276 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2572
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
ถนน สายบุญสัมพันธ์ ซอยบัวขาว 15 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
สกายพาร์ค ลูเชี่ยน จอมเทียน พัทยา

สกายพาร์ค ลูเชี่ยน จอมเทียน พัทยา

899 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2572
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
66 หมู่ 12 ต.เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
เดอะ ริเวียร่า แคลิฟอร์เนีย พัทยา

เดอะ ริเวียร่า แคลิฟอร์เนีย พัทยา

122 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2572
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
392/68 ถ.พัทยาใต้ ต.เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
วันซ์ วงศ์อมาตย์

วันซ์ วงศ์อมาตย์

548 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2572
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
ซอยนาเกลือ 33 ถนนนาเกลือ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
ไวด์เด็น บาย แสนสิริ

ไวด์เด็น บาย แสนสิริ

215 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2571
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
8/11 ถ.นางลิ้นจี่ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร จ.กรุงเทพฯ 10120
มาร์ควิส พญาไท

มาร์ควิส พญาไท

380 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2571
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
ถ.พญาไท แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี จ.กรุงเทพฯ 10400
ซี สไปร์ จอมเทียน

ซี สไปร์ จอมเทียน

451 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2571
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
299 ต.เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
บีท ป๊อป รัชดา-เกษตร

บีท ป๊อป รัชดา-เกษตร

558 ยูนิต
สร้างเสร็จเมื่อ 2571
ขาย
0 รายการ
ให้เช่า
0 รายการ

ราคาเริ่ม - บาท

ค่าเช่าเริ่ม - บาท/เดือน

ไม่มีข้อมูล

Google Map
ถ.ประเสริฐมนูกิจ แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร จ.กรุงเทพฯ 10900